สะตอ

สะตอ

สะตอ  พอพูดถึงสะตอหลายคนอาจจะยกมือปิดจมูกกันเลยทีเดียว เพราะกลิ่นของมันได้ชื่อว่าเหม็นฉุนมาก แต่สรรพคุณและประโยชน์นั้นฉุนกว่า เพราะอุดมด้วยคุณสมบัติที่ดีมากมาย ซึ่งสะตอมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Parkia speciosa Hassk. จัดเป็นพืชตระกูลเดียวกับถั่ว แต่ว่าเป็นไม้ยืนต้น ลำต้นค่อนข้างตรง เปลือกของลำต้นค่อนข้างเรียบ เนื้อด้านในเปลือกสีคล้ายเปลือกไข่  ส่วนของใบเป็นใบประกอบแบบใบมะขาม ดอกเป็นช่อ กลีบดอกค่อนข้างแข็ง ส่วนของเมล็ดสะตอจะเรียงอยู่ภายในฝักของสะตอ ซึ่งเปลือกของฝักค่อนข้างหนาพอสมควร เมล็ดสะตอมีกลิ่นฉุนแรง ฝักจะออกเป็นกอ

สรรพคุณของสะตอและวิธีนำไปใช้

ทุกสรรพคุณนั้น ใช้วิธีนำเมล็ดสะตอมารับประทานได้เลย จะนำมาประกอบอาหาร หรือกินสดแกล้มกับน้ำพริกก็ให้ประโยชน์เช่นเดียวกัน เว้นผู้ที่เป็นโรคเก๊า ไม่ควรรับประทาน เพราะสะตอมีกรดยูริกสูง

สะตอในฐานะสมุนไพร

สะตออุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งโปรตีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี และซี สะตอซึ่งโปรตีนช่วยซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายที่เสื่อมสภาพ  ฟอสฟอรัสช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้เป็นอย่างดี ลดภาวะเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดอุดตัน ช่วยลดความดันโลหิต ปรับความดันโลหิตให้ปกติ มีการทดลองจากประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2006 พบว่า สะตอช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดเบาหวาน สะตอมีใยอาหาร ช่วยให้การขับถ่ายคล่อง ลดอาการท้องผูก ป้องกันการเกิดริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี  วิตามินเอในสะตอช่วยบำรุงสายตา แคลเซียมมีประโยชน์ต่อกระดูกและฟัน

สะตอในรูปอาหารไทย

สะตอสะตอมักเป็นส่วนประกอบของอาหารทางภาคใต้ เมนูยอดนิยมที่ใช้สะตอเป็นส่วนประกอบคือสะตอผัดกะปิกุ้ง ซึ่งนำกุ้งและหมูสับหรือหมูชิ้นมาผัดกับกะปิและพริกแกง แต่บางที่อาจจะใช้พริกแกงเหลืองแล้วแต่ชอบ จากนั้นปรุงรสให้อร่อย แล้วจึงนำเมล็ดสะตอลงไปผัดร่วม ความขมของสะตอเมื่อรับประทานกุ้งซึ่งให้รสหวานจะกลมกล่อมลงตัว และด้วยความมันกรอบของเมล็ดสะตอด้วยแล้ว ยิ่งทำให้อร่อยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สะตอยังสามารถนำมาทำเมนูอื่นๆได้อีก เช่น สะตอผัดพริกแกงกับกระดูกหมู  แกงกะทิสะตอแบบฉบับชาวใต้ จะใส่พริกแกงเหลือง หมูสามชั้นผัดกะปิ ก็ใส่สะตอเป็นส่วนประกอบ เพื่อช่วยลดความเค็มของกะปิ  หรือจะนำมาดอง รับประทานคู่กับน้ำพริกก็อร่อยเช่นเดียวกัน

สะตอในฐานะสมุนไพร

สะตออุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งโปรตีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต เหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี และซี ซึ่งโปรตีนช่วยซ่อมแซมเซลล์ในร่างกายที่

----------------------------------- ------------------------------------ สปินบทความเสร็จแล้ว

สะโคน  เพียงพอกล่าวถึงสะโคนหลายๆคนบางครั้งอาจจะยกมือปิดจมูกกันอย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุว่ากลิ่นของมันมีชื่อเสียงว่าเหม็นฉุนมากมาย แม้กระนั้นคุณประโยชน์แล้วก็คุณประโยชน์นั้นฉุนกว่า ด้วยเหตุว่าอุดมด้วยคุณลักษณะที่ดีเยี่ยมมาย ซึ่งสะตอมีชื่อทางด้านวิทยาศาสตร์ว่า Parkia speciosa Hassk. จัดเป็นพืชเครือญาติเดียวกับถั่ว แต่เป็นไม้ยืนต้น ลำต้นค่อนข้างจะตรง เปลือกของลำต้นค่อนข้างจะเรียบ เนื้อภายในเปลือกสีเหมือนเปลือกไข่  ส่วนของใบเป็นใบประกอบแบบใบมะขาม ดอกเป็นช่อ กลีบออกจะแข็ง ส่วนของเม็ดสะโคนจะเรียงอยู่ด้านในฝักของสะโคน ซึ่งเปลือกของฝักค่อนข้างจะดกพอควร เม็ดสะตอมีกลิ่นแรงแรง ฝักจะออกเป็นกอ

คุณประโยชน์ของสะโคนรวมทั้งแนวทางเอาไปใช้

ทุกคุณประโยชน์นั้น ใช้แนวทางนำเม็ดสะตอมากินได้เลย จะเอามาทำอาหาร หรือรับประทานสดแกล้มกับน้ำพริกก็ให้คุณประโยชน์ด้วยเหมือนกัน เว้นคนที่เป็นโรคเก๊า ไม่สมควรกิน เนื่องจากสะตอมีกรดยูริกสูง

สะโคนในฐานะสมุนไพร

สะโคนอุดมไปด้วยธาตุและก็วิตามินที่เป็นประโยชน์มากมายก่ายกอง ทั้งยังโปรตีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต เหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี แล้วก็ซี สะโคนซึ่งโปรตีนช่วยปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมเซลล์ภายในร่างกายที่หมดสภาพ  ธาตุฟอสฟอรัสช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้อย่างดีเยี่ยม ลดสภาวะเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดเส้นโลหิตตัน ช่วยลดระดับความดันเลือด ปรับความดันเลือดให้ธรรมดา มีการทดสอบจากญี่ปุ่นเมื่อปี 2006 พบว่า สะโคนช่วยลดน้ำตาลในเลือด ลดการเสี่ยงสำหรับการกำเนิดโรคเบาหวาน สะตอมีใยอาหาร ช่วยทำให้การขับถ่ายชำนาญ ลดท้องผูก คุ้มครองป้องกันการเกิดริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมในกระเพาะได้อย่างดีเยี่ยม  วิตามินเอในสะโคนช่วยบำรุงรักษาสายตา แคลเซียมมีสาระต่อกระมองกรวมทั้งฟัน

สะโคนในรูปของกินไทย

สะโคนสะตอมักเป็นองค์ประกอบของของกินทางภาคใต้ รายการอาหารที่ได้รับความนิยมที่ใช้สะโคนเป็นองค์ประกอบเป็นสะโคนผัดกะปิกุ้ง ซึ่งนำกุ้งแล้วก็หมูบดหรือหมูชิ้นมาผัดกับกะปิแล้วก็พริกแกง แต่บางที่บางทีอาจจะใช้พริกแกงเหลืองสุดแท้แต่ถูกใจ แล้วหลังจากนั้นแต่งรสให้อร่อย แล้วหลังจากนั้นก็ให้นำเม็ดสะโคนลงไปผัดร่วม ความขมของสะโคนเมื่อกินกุ้งซึ่งให้รสหวานจะกลมกล่อมละมุนละไมพอดี รวมทั้งด้วยความมันกรอบของเม็ดสะตอด้วยแล้ว ยิ่งทำให้อร่อยมากเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนี้สะโคนยังสามารถเอามาทำรายการอาหารอื่นๆได้อีก เป็นต้นว่า สะโคนผัดพริกแกงกับกระดูกหมู  แกงน้ำกะทิสะโคนต้นแบบชาวใต้ จะใส่พริกแกงเหลือง หมูสามชั้นผัดกะปิ ก็ใส่สะโคนเป็นองค์ประกอบ เพื่อช่วยลดความเค็มของกะปิ  หรือไม่ก็อาจจะนำมาดอง กินคู่กับน้ำพริกก็อร่อยเหมือนกัน

สะโคนในฐานะสมุนไพร

สะโคนอุดมไปด้วยธาตุแล้วก็วิตามินที่มีสาระล้นหลาม โปรตีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต เหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี รวมทั้งซี ซึ่งโปรตีนช่วยปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมเซลล์ภายในร่างกายที่

FanPage