สุขภาพ

ถ้าไม่มีต้นไม้จะเป็นอย่างไร ทดลองการพังทลายของหน้าดิน

ถ้าไม่มีต้นไม้จะเป็นอย่างไร ทดลองการพังทลายของหน้าดิน

การทดลองนี้เหมาะแก่การนำมาสอนหรือนำพาเด็กมาร่วมทดลองเพราะจะสร้างความอยากรู้และเสริมสร้างจิตสำนึกให้รู้จักอนุรักษ์ธรรมชาติ และให้เขาได้สังเกตุกระบวนการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากเด็กเล็กจะสามารถจดจำและเรียนจากประสบการณ์จริงหรือได้มองเห็นการเปลียนแปลงทีละเล็กน้อยได้ดี ทำให้เขาได้รู้ถึงความเป็นจริงว่า ต้นไม้ไม่ได้มาจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านดอกไม้ ในการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กน้อยของพืชจะทำให้เด็กเกิดคำถามและคำถามเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่จดจำของเขา เนื่องจากในขณะนี้กระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติกำลังมาแรง และเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรใส่ใจอย่างจริงเสียที เนื่องจากต้นไม้และพืชพักต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและควรแก่การดูแลรักษา การทดลองนี้จะเป็นการทดลองการป้องกันการพังทลายของหน้าดินจากพืชผัก นำขวดพลาสติกจำนวน 3 ขวดมาตัดดังรูป และวางไว้เป็นบนพื้นเรียบในระดับความสูงที่เท่ากัน (จากรูปจะใช้กาวร้อนเป็นยึดระหว่างขวดพลาสติกและแผ่นไม้อัดที่รองขวด) ในส่วนของคอขวดควรยืนออกมาจากระยะของไม้อัดที่รองของขวด และใส่ดินลงไปในขวดและอัดให้แน่นเท่าที่เป็นไปได้ โดยให้มีระดับความสูงต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับปากขวด ตัดส่วนท้ายของขวดพลาสติกเพิ่มขึ้น 3 ชิ้น จากนั้นเจาะรูเป็นสำหรับใช้เชือกแขวนกับคอขวดเพื่อทดลองเก็บน้ำตัวอย่างจากการทดลอง จากนั้นนำเมล็ดพืช (ในที่นี้ใช้ แพงพวย โหระพา และกระเทียม) แล้วกดลงในดินเล็กน้อยและรดน้ำพอประมาณ จากนั้นครอบขวดใบแรกเพื่อเร่งการเจริญเติบโตในขวดที่สองใส่ซากพืชที่ตายแล้ว (กิ่งไม้เปลือกใบรากตาย) และขวดที่สามไม่ต้องใส่อะไรลงไป ในตอนนี้พืชจะเริ่มเจริญเติบโตขึ้นแล้วจะสังเกตุได้ว่าจะมีน้ำออกมาที่รองของแต่ละขวด โดยจะมีความปนเปื้อนของดินมากขึ้นตามลำดับ นี่คือภาพที่ถ่ายสองสัปดาห์หลังหยอดเมล็ด เร่งกระบวนการทดลองโดนในพืชที่เติบโตเต็มที่แล้วมาใส่ในขวดแรก จากนั้นเทน้ำลงในขวดที่ปริมาณที่เท่ากันทุกขวด (สังเกตุจากรูปจากทำเครื่องหมายไว้ที่ภาชนะบรรจุเพื่อให้ได้น้ำปริมาณที่เท่ากัน) สังเกตุผลการทดลอง จากรูปจะเห็นได้ว่าน้ำที่ไหลออกมาจากขวดแรกอาจจะไม่ได้ใสสะอาด แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอีกสองขวดแล้วสามารถสรุปได้ทันทีว่าพืช ผัก ต้นไม้ มีส่วนช่วยในป้องกันการพังทลายของหน้าดิน CR : http://www.lapappadolce.net/science-experiment-on-soil-erosion-3/  

ลดความอ้วนแบบธรรมชาติด้วยเครื่องเทศที่หาง่าย

ลดความอ้วนแบบธรรมชาติด้วยเครื่องเทศที่หาง่าย

หากคุณมีความคิดที่จะลดความอ้วนแล้ว คุณอาจนึกถึง ไก่ ผัก ข้าวกล้อง และผลไม้ แต่คุณกำลังพลาดสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งไปที่ทำให้การลดความอ้วนของคุณนั้นอาจเกิดผลมากขึ้น! สิ่งนั้นคือ สมุนไพรและเครื่องเทศ ต่างๆ ซึ่งเราจะนำความลับมากล่าวให้คุณฟังดังต่อไปนี้ เครื่องเทศเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเพิ่มรสชาติให้อาหารของคุณโดยไม่เพิ่มแคลอรี่ เหมือนอย่างเครื่องปรุงชนิดอื่นๆอย่างน้ำตาล หรือน้ำปลา ที่จะไปเพิ่มโซเดียมจำนวนมาก วิจัยแสดงให้เห็นว่าถ้าคุณไม่ชอบรสชาติของอาหารแล้วละก็ โอกาสน้อยมากที่คุณจะควบคุมตารางอาหารที่คุณวางแผนขึ้น เครื่องเทศนั้นจะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเนื้อไก่จืดๆ ทำให้คุณมีความสุขกับการรับประทานอาหารมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นความจริงที่ว่า เครื่องเทศหอมๆนั้น จะสามารถเพิ่มการเผาผลาญของคุณและช่วยให้ร่างกายของคุณเผาผลาญไขมันได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ขมิ้น เครื่องเทศสีเหลืองสีสดใสนี้เองที่จะช่วยเพิ่มการเผาผลาญให้กับร่างกายของคุณ  จากการศึกษามหาวิทยาลัยทัฟส์เมื่อปี 2009 สารที่ออกฤทธิ์ในขมิ้นนั้นพบว่าเพิ่มความร้อนในร่างกายให้สูงขึ้น อันเป็นเหตุให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้มากขึ้น นอกจากนี้ ขมิ้นยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ เช่นการช่วยต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์ รวมถึงการรักษาระดับฮอร์โมนระหว่างที่คุณผู้หญิงมีประจำเดือน อบเชย เครื่องเทศสุดคลาสสิกนี้เชื่อว่า มันสามารถรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยลดความอยากอาหาร  ทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น ดังนั้นคราวหน้าที่คุณรับประทานอาหาร ลองโรยผงอบเชยเพียงเล็กน้อย ก็จะทำให้อาหารของคุณมีกลิ่นหอมน่าทานมากยิ่งขึ้น หรือในบางครั้งอบเชยยังถูกนำไปผสมในขนม หรือเครื่องดื่มบางชนิดได้อีกด้วย พริกป่น คุณคงทราบชื่อเสียงของพริกป่นดีอยู่แล้วว่ามีฤทธิ์เผ็ดร้อนเพียงใด และแน่นอนความเผ็ดร้อนนี้เองที่จะไปเร่งอุณหภูมิในร่างกายของคุณให้สูงขึ้น อันเป็นเหตุให้อัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายคุณทำงานได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง ในความเป็นจริงการเพิ่มเครื่องเทศอย่างเช่นพริกป่นในอาหาร สามารถช่วยให้คุณเผาผลาญได้ถึง 100 แคลอรี่ต่อมื้อ ผงยี่หร่า ยี่หร่าเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่คุณสามารถใช้ได้เพียงแต่น้อย การเติม ผงยี่หร่าเพียงแค่หนึ่งช้อนชา ในมื้ออาหารของคุณต่อวัน จะสามารถช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดีขึ้น ตามการศึกษาล่าสุดที่ถูกทดลองกับผู้หญิงที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งคุณสามารถเติมผงยี่หร่าในอาหารได้หลายประเภทเช่น ซุป, น้ำสลัด, หรือนำไปหมักอาหารประเภทเนื้อก็ได้ นี่เป็นเครื่องเทศเพียงเล็กน้อยจากเครื่องเทศหลายสิบกว่าชนิดเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันเครื่องเทศก็หาได้ง่ายมากมายหลายประเภทตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วๆไป อย่ามัวแต่นั่งทานอาหารจืดๆอยู่ที่บ้าน แต่หาเครื่องเทศหอมๆ มาปรุงแต่งรสให้กับอาหารมื้อคลีนของคุณกันเถอะ

คาเฟอีนกับการออกกำลังกาย ประโยชน์ที่คุณไม่ควรพลาด

คาเฟอีนกับการออกกำลังกาย ประโยชน์ที่คุณไม่ควรพลาด

เกือบร้อยละ 80 ของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาบริโภคคาเฟอีนกันแทบจะทุกวัน แต่จะซักกี่คนที่จะทราบว่า ความจริงแล้วคาเฟอีนมีประโยชน์มากกว่าแค่ทำให้คุณตาสว่าง แต่มันยังมีผลกับการส่งมอบพลังงาน และการระเบิดพลังงานของคุณได้อีกด้วย การรับประทานคาเฟอีน ในปริมาณที่เหมาะสมนั้นยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายของคุณและยังอาจช่วยให้ร่างกายของคุณซ่อมแซมได้เร็วขึ้นอีกด้วย ลองอ่านบทความนี้ดูเพื่อได้ทราบถึงผลสูงสุดสำหรับส่วนผสมคาเฟอีน คาเฟอีนอาจช่วยให้คุณยกน้ำหนักหนักขึ้น สำหรับฟิตเนสและนักเล่นเวทเทรนนิ่งตัวยง จะทราบดีว่า การยกได้มากขึ้นอีกหนึ่งครั้งนั้นหมายถึงการปลดปล่อยพลังให้ถึงจุดสูงสุด มันสามารถทำให้บางส่วนของร่างกายรู้สึกตื่นตัวขึ้นและทำให้คุณยกน้ำหนักได้มากขึ้น หรือเพิ่มขึ้นกว่าเดิม จากผลการทดสอบพบว่ากลุ่มที่ได้รับคาเฟอีนนั้นสามารถทำให้ร่างกายช่วงล่างแข็งแรงขึ้นในระยะเวลาหนึ่ง เช่นเดียวกับการทำให้พวกเขาวิ่ง และวิ่งเร็วได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน คาเฟอีนทำให้คุณเพ่งสมาธิได้มากขึ้นในระหว่างออกกำลังกาย การดื่มกาแฟตอนเช้านั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าจะทำให้คุณตื่นเต็มตามากที่สุด นั่นเป็นเพราะคาเฟอีนนั้นเป็นที่รู้จักว่าเป็นตัวกระตุ้นตามธรรมชาติ แต่แน่นอนที่เราจะพูดถึงไม่ใช่เรื่องที่คุณทราบดีอยู่แล้ว แต่เป็นผลการทดลองใหม่ที่พบว่า คาเฟอีนนั้นทำให้คุณมีสมาธิขึ้นในการออกกำลังกาย จากรายงานของวารสารที่เกี่ยวกับความแข็งแรงทางร่างกาย พบว่า การได้รับคาเฟอีนการก่อนฝึกช่วยในการรักษาความเข้มการออกกำลังกายที่ดีขึ้น และทำให้คุณฝึกซ้อมได้อย่างเข้มข้นขึ้น นอกจากนี้การบริโภคคาเฟอีนยังสามารถทำให้นักกีฬาบางประเภท เช่น นักฟุตบอลและเบสบอล ที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการตัดสินใจ นั้น ตัดสินใจได้ดีขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ คาเฟอีนช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย เชื่อหรือไม่ว่า คาเฟอีนนั้นช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อของคุณได้หลังการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง หลังจากทดสองจากผู้ที่ได้รับคาเฟอีนก่อนออกกำลังกาย และพบว่ามีการลดลงอย่างเป็นนัยยะสำคัญของอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ  แม้ว่าพวกเขาจะออกกำลังกายหนังขึ้นก็ตาม ซึ่งเชื่อว่าคาเฟอีนสามารถลดการทำงานของสารอะดีโนซีนในร่างกาย อันเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับความเมื่อยล้า และช่วยการลดการรับรู้ความเจ็บปวด ทราบได้อย่างไรว่ารับคาเฟอีนแค่ไหนจึงเพียงพอ? เราแนะนำว่า ควรได้รับคาเฟอีน 1-2 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์  แต่ไม่ควรเกินกว่า 400 มิลลิกรัมต่อวัน

5 วิธีไดเอทอย่างไรให้เผาไขมันมากและลดน้ำหนักเร่งด่วน

5 วิธีไดเอทอย่างไรให้เผาไขมันมากและลดน้ำหนักเร่งด่วน

เมื่อใดก็ตามที่คุณคิดว่า เอาล่ะ ถึงว่าเวลาของฤดูไดเอทแล้ว! แต่ทานที่คุณจะต้องทนกับการอดอาหารแบบบ้าคลั่ง หรือการคาร์ดิโอ วิ่ง วิ่ง วิ่ง อย่างยาวนานและแสนจะเหนื่อย ลองมาดูเทคนิคเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ ที่จะทำให้คุณเผาไขมันให้กระเจิงและลดน้ำหนักได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ดื่มน้ำให้เป็นนิสัย การดื่มน้ำนั้นสามารถทำให้คุณรู้สึกสดชื่นทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่เพียงเท่านั้น น้ำยังสิ่งจำเป็นสำหรับการย่อยอาหาร และดีต่อการดูดซึมสารอาหารอีกด้วย  และมันจะยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้นหากคุณต้องการที่จะให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี การดื่มน้ำเป็นประจำย่อมดีกว่าแน่นอน ดื่มน้ำอย่างน้อย 4 ลิตรน้ำทุกวัน เพราะมันช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานอีกด้วย ทำให้การออกกำลังกายเข้มข้นอยู่เสมอ อย่าลืมว่ายิ่งคุณออกแรงมากแค่ไหน ร่างกายก็ยิ่งดึงเอาพลังงานออกไปใช้มากเท่านั้น ทำให้แน่ใจว่าคุณไม่พักระหว่างเซทนานเกินไประหว่างที่คุณทำเวท เทรนนิ่ง และอย่ามัวแต่พูดคุยกับเพื่อนๆในยิม ใช้เวลาให้กระชั้นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คาร์ดิโอเป็นประจำระหว่างการไดเอท เมื่อคนส่วนใหญ่นึกถึงการไดเอทหรือลดความอ้วน แน่นอนพวกเขานึกถึงการวิ่ง หรือการออกกำลังกายประเภท Cardio เป็นอย่างแรก ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดนัก เพียงแต่คุณจำเป็นต้องทราบวิธีการที่ถูกต้อง เราจะบอกคุณดังต่อไปนี้ การคาร์ดิโอแบบเข้มข้นสูงหรือที่เรียกว่า High-intensity interval นั้นดีต่อระบบเผาผลาญของคุณ เพราะมันจะทำให้ร่างกายของคุณเผาผลาญพลังงานต่อไปอีกแม้ว่าคุณจะหยุดพักแล้วก็ตาม ทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ดีขึ้นอีกด้วย  แต่เพราะการออกกำลังกายแบบ High-intensity interval นั้นใช้พลังงานมาก แนะนำให้คุณใช้เวลาเพยง 20 นาที ในการออกวิ่งแต่ละครั้ง ทานอาหารหลักให้เพียงพอก่อนเสมอ คนมักจะไปนึกถึงอาหารเสริม นั่น โน่น นี่ แต่ความเป็นจริงแล้ว อาหารหลักนั่นเองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณบรรลุถึงเป้าหมาย ในการไดเอทลดความอ้วนนั้น อย่าลืมที่จะเลือกอาหารที่มีเส้นใยสูงในลิสช็อปปิ้งของคุณเสมอ อาทิ  ผักสีเขียว, ผักใบเขียว, ถั่ว, ข้าวโอ๊ตและข้าวสีน้ำตาล เพิ่มปริมาณโปรตีนของคุณ ต้องการที่จะลดไขมันให้เร็วที่สุดใช่หรือไม่? ดังนั้นคุณต้องทำให้แน่ใจว่า คุณเพิ่มอาหารประเภทโปรตีนในทุกมื้ออาหารของคุณ อาหารประเภทโปรตีนนั้น หาได้จาก เนื้อสัตว์เช่น ไก่ ปลา หมูสันใน เป็นต้น ความสำคัญของโปรตีน นั้นคือ มันจะช่วยให้คุณรักษามวลกล้ามเนื้อในขณะที่คุณต้องลดอาหารประเภทแป้ง  และทำให้คุณอิ่มยาวนานกว่า

ข้อเสียของการหยุดออกกำลังกายมีอะไรบ้างมาดู

ข้อเสียของการหยุดออกกำลังกายมีอะไรบ้างมาดู

การออกกำลังกายนั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยที่ให้น้ำหนักคงที่ และเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ปลอดภัย ได้ทั้งสุขภาพและรูปร่างที่สวยงามมาเป็นของแถม แต่การหยุดออกกำลังกายนั้น ก็ก่อให้เกิดผลเสียหลาย ๆ อย่างกับร่างกายได้เหมือนกัน ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง หิวบ่อยขึ้น การออกกำลังกายนั้นจะทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้น น้ำตาลในเลือดจะถูกจัดการ ในไปเป็นพลังงานให้กับร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ และาอาหารที่รับประทานเข้าไปก็จะถูกนำไปใช้ซ่อมแซมร่างกาย แต่หากหยุดออกกำลังกาย จะเกิดความผกผันของน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง แต่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย และหิวง่ายขึ้น เหนื่อยง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะออกกำลังกายอย่างหนักมาเป็นเวลานาน แต่การหยุดออกกำลังกายแค่เพียง 1 – 2 สัปดาห์ ก็ทำให้คุณมีอาการเหนื่อยง่ายขึ้น เพราะว่าเมื่อเราหยุดการออกกำลังกาย ประสิทธิภาพของร่างกายในการนำออกซิเจนเข้ามาใช้ก็จะน้อยลง หากหยุดออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ เพราะกว่าที่ร่างกายจะกลับมาฟิตเหมือนเดิมนั้น ก็ต้องใช้เวลานานมาก ความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายนั้นดีต่อระบบเลือดและความดันโลหิตในร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ทำให้หัวใจแข็งแรงดี ทำให้การสูบฉีดของเลือดเป็นไปได้ดี แต่หากหยุดออกกำลังกายเพียงแค่ 1 – 2 สัปดาห์ ระบบไหลเวียนของเลือดจะเริ่มทำงานช้าลง ส่งผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ กล้ามเนื้อเริ่มย้วย หลาย ๆ คนที่เริ่มออกกำลังกายจนมีรูปร่างแบบที่ต้องการ หรือมีกล้ามเนื้อที่ฟิตแล้ว จึงหยุดออกกำลังกาย เพราะกล้ามเนื้อนั้นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จึงจะมีขนาดใหญ่และแข็งแรง หากหยุดออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อลีบ และมีไขมันเข้ามาแทนที่ เพราะเกิดการสะสมไขมัน ซึ่งเป็นพลังงานที่ได้รับจากอาหาร และไม่มีการเบิร์นไขมันออกจากร่างกาย ดังนั้นหากคุณหยุดออกกำลังกายจากหุ่นที่เฟิร์ม ก็จะเริ่มมีไขมันมาเกาะตามตัวเพิ่มมากขึ้น เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า การออกกำลังกาย ไม่ได้ดีต่อระบบร่างกายเท่านั้น แต่มันยังดีต่อระบบประสาทและสมอง หากคุณหยุดออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน นอกจากจะทำให้ร่างกายเสื่อมแล้ว มันยังทำให้จิตใจแย่ลงได้ด้วย ทำให้เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า เพราะว่าในขณะที่ออกกำลังกายนั้น ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และซิโทซิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำให้อารมณ์ดีผ่อนคลาย ลดความเครียด การออกกำลังกายนั้นมีผลดีต่อร่างกายหลายอย่าง ดังนั้นเราจึงควรออกกำลังกายกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะมันมีผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังช่วยปกป้องร่างกายจากโรคร้ายได้หลายโรค การหยุดออกกำลังกายนั้นก่อให้เสียต่อร่างกายได้อย่างมากมาย

เคล็ดลับแก้ปัญหานอนไม่หลับด้วยวิธีง่ายๆที่ทำเองได้

เคล็ดลับแก้ปัญหานอนไม่หลับด้วยวิธีง่ายๆที่ทำเองได้

ปัญหาการนอนไม่หลับ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ คน ซึ่งมันก่อให้เกิดผลเสียทั้งด้านร่างกาย และสุขภาพจิต ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจจะเกิดจากความเครียด หรืออาจจะเกิดจากการขาดสารอาหารบางตัว เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการนอนหลับ ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ อาการโรคนอนไม่หลับ อาการนอนไม่หลับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Insomnia ซึ่งเป็นอาการของคนที่ไม่สามารถนอนหลับสนิทได้เมื่อถึงเวลานอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายได้หลายอย่าง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ระบบภูมิคุ้มกันลดประสิทธิภาพลง ลดการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย และลดการผลิตกล้ามเนื้อ และเป็นผลทำให้สมองทำงานช้าลง หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ได้น้อยลง วิธีการแก้อาการนอนไม่หลับ การแก้ปัญหานอนไม่หลับนั้น สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างแรกต้องทราบก่อนว่าอาการนอนไม่หลับนั้นอยู่ในประเภทไหน เพื่อจะได้ทำการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง เช่น บางคนอาจจะมีปัญหานอนไม่หลับเพราะสิ่งแวดล้อม เพียงแค่เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ ก็จะทำนอนหลับได้ดีขึ้น นอนเวลาเดิม ให้นอนและตื่นในเวลาเดิมทุกวัน ถึงแม้จะเป็นวันหยุด เพราะในร่างกายของคนเรา มีนาฬิกาชีวภาพอยู่ ซึ่งมันจะถูกตั้งระบบไว้ จากพฤติกรรมการนอน และการตื่นของเรา เปลี่ยนกิจกรรม ถ้านอนไปแล้ว 20 นาที แต่ยังนอนไม่หลับ ให้ลุกไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย เป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายสำหรับการพักผ่อน และควรอยู่ในห้องที่ไม่สว่างมากจนเกินไป งดกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม เป็นเวลา 4 – 6 ชั่วโมง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า คาเฟอีนนั้น มีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาท ทำให้สมองและระบบประสาทตื่นตัว พอถึงเวลานอน ทำให้รู้สึกไม่ง่วง หรือนอนหลับไม่สนิท นอกจากนั้นควรงดเว้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะไปรบกวนการนอน ทำให้นอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจะรู้สึกเพลีย ห้ามออกกำลังกายก่อนนอน การออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ช่วยขจัดพลังงานส่วนเกินในร่างกาย และยังช่วยทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่มีข้อแม้ว่าห้ามออกกำลังกายก่อนเวลานอน 4 ชั่วโมง เพราะร่างกายกำลังอยู่ในช่วงตื่นตัวอยู่ หลังจากออกกำลังกายแล้วจะทำให้รู้สึกไม่ง่วง และนอนหลับยากขึ้น งดกิจกรรมตื่นเต้น ช่วงเวลาก่อนนอนควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความตื่นเต้น เช่น การดูหนัง หรือการฟังเพลง เพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ร่างกายเกิดการตื่นตัว ทำให้นอนหลับยากขึ้น ทางที่ดีควรอ่านหนังสือ นั่งสมาธิก่อนนอน หรือฟังดนตรีช้า ๆ จะช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย และทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ปัญหาการนอนไม่หลับนั้น สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ที่มีผลกระตุ้นทำให้สมองและระบบประสาทตื่นตัว เพียงแค่นี้ ปัญหาการนอนไม่หลับก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณอีกต่อไป

5 ผลไม้ดีมีวิตามินซีสูง ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

5 ผลไม้ดีมีวิตามินซีสูง ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

ผลไม้นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงนั้นก็ยังดีต่อร่างกายอีกด้วย เช่น  ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในระบบร่างกาย ลองมาดูกันว่าผลไม้ชนิดไหนมีวิตามินซีสูงบ้าง มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งมะลอกอนั้นมีวิตามินซีสูงมากกว่าส้มเสียอีก และนอกจากวิตามินแล้ว ในมะละกอยังเต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย แถมในมะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน ซึ่งทำหน้าที่ในการย่อยโปรตีน สำหรับใครที่มีปัญหาท้องผูก ลองรับประทานมะละกอสุกเป็นประจำ จะช่วยแก้ไขปัญหาท้องผูกได้อย่างแน่นอน และยังช่วยป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี ผลไม้ตระกูลเบอร์รี หากอยากสุขภาพดีแล้วละก็ ผลไม้ตระกูลเบอร์รีเป็นตัวเลือกที่ดี ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแบล็คเบอร์รี ด้วยเหตุผลที่ว่าผลไม้ประเภทนี้มีไฟเบอร์อยู่ในปริมาณที่สูง และมีวิตามินซีอยู่อีกเพียบ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของลำไส้ และวิตามินซีที่อยู่ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสื่อม อะโวคาโด ผลไม้อีกหนึ่งชนิด ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจอย่างมาก อะโวคาโดนั้น ยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อีกด้วย และแถมยังมีวิตามินซีสูง ในอะโวคาโด 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ 10 มิลลิกรัม และมีไฟเบอร์อยู่ 7 กรัม ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น บำรุงหัวใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย มะม่วง ผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีรสชาติหวานอร่อย เป็นผลไม้ที่มีสีสันต์สดใส ในมะม่วงปริมาณ 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ถึง 46 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน และในมะม่วงนั้นก็มีประมาณไฟเบอร์อยู่สูง โดยจากการศึกษาวิจัย ได้พบว่าไฟเบอร์ที่อยู่ในมะม่วงนั้น สามารถปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลูกพรุน เป็นผลไม้ที่ดีต่อระบบขับถ่าย มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลูกไหน เป็นผลไม้ชนิดเดียวกัน มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการแก้ปัญหาท้องผูก เพราะลูกพรุน 1 ลูกนั้น มีปริมาณไฟเบอร์ถึง 1 กรัม เพียงแค่รับประทานวันละ 2-3 ลูก ก็จะช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้แล้ว แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม หากรับประทานมากจนเกินไป จะก่อให้เกิดภาวะท้องเสียได้ ผลไม้นั้นดีต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม เพราะผลไม้เป็นแหล่งรวมของสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่หลายประเภท โดยเฉพาะวิตามินซี ที่ถือว่าเป็น สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และข้อดีของผลไม้หลาย ๆชนิดก็คือ มีไฟเบอร์สูง ที่จะช่วยกระตุ้นระบบการขับถ่าย ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างดี

5 เหตุผลที่ควรเล่นเวทเพื่อให้ร่างกายที่แข็งแรง

5 เหตุผลที่ควรเล่นเวทเพื่อให้ร่างกายที่แข็งแรง

การออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักนั้น ดูเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่ชอบเลย เพราะมันเป็นการออกกำลังกายที่หนัก และก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า และอ่อนเพลียให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก เราลองมาดูประโยชน์ดี ๆ ของการเล่นเวทกันดีกว่า เผาผลาญดีขึ้น การเล่นเวทนั้น จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น เช่นเดียวกับการออกกำลังกายอื่น ๆ และที่สำคัญมันยังช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญให้กับร่างกายได้อย่างดี เพราะเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้ว ร่างกายยังต้องการใช้พลังงานในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จึงทำให้ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานต่อเนื่อง การเล่นเวทนั้นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานต่อเนื่องไปได้อีก 39 ชั่วโมง ซึ่งนานกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่น ๆ เสียอีก รักษาอาการซึมเศร้าได้ โรคซึมเศร้านั้นเกิดจากการขาดความมั่นใจในตัวเอง โดยเฉพาะรูปร่างที่ไม่สมสวน การมีน้ำหนักตัวเกิน จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Harvard ทำให้ทราบว่าการเล่นเวทนั้น จะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ แถมยังเพิ่มความมั่นใจกับรูปร่างและบุคลิกภาพที่ดีขึ้นด้วย หัวใจแข็งแรง เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การออกกำลังกายทุกชนิดนั้น ทำให้หัวใจแข็งแรง แต่การออกกำลังกายด้วยเวทเทรนนิ่งยิ่งพิเศษกว่านั้น เพราะมันสามารถลดความดันตัวล่างลงได้ถึง 8 จุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายชนิดนี้ สามารถลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และลดหัวใจวายได้ถึง ได้ถึง 15เปอร์เซ็นต์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยให้หัวใจแข็งแรง เลือดสูบฉีดได้ดี ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิงแบบเข้มข้น เพื่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้ดีขึ้นนั้น จะทำให้ตัวผู้ฝึกเองต้องหันมาใส่ใจกับพฤติกรรมในการกิน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการทานอาหารเป็นอย่างมาก ทำให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รูปร่างดีขึ้นอีกด้วย แก้ปัญหานอนไม่หลับ การนอนหลับยากหรือปัญหาการนอนไม่หลับนั้น เป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะก่อให้เกิดผลเสียกับร่างกายเป็นอย่างมาก แต่ปัญหานี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายดายด้วยการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเล่นเวทในตอนเช้านั้น จะช่วยทำให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย และนอนหลับสนิทได้ในช่วงกลางคืน ทำให้หลับสนิทมากขึ้น หลับนานขึ้น มันจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในทุก ๆ ด้าน การฝึกเวทเทรนนิงนั้น เป็นการออกกำลังกายที่ให้ประโยชน์กับร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ช่วยทำให้รูปร่างดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย แถมทำให้หัวใจแข็งแรง ช่วยป้องกันร่างกายจากโรคร้ายได้หลาย ๆ โรคเลยทีเดียว

รวมสมุนไพรที่ป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง

รวมสมุนไพรที่ป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง

มะเร็ง โรคร้ายที่หลายคนกลัวสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ให้คำนิยามของโรคมะเร็งคือกลุ่มของโรคที่เกิดจากการผิดปกติของเซลล์ โดยที่ DNA ส่งผลให้เซลล์เกิดการแบ่งตัวและเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นก้อนเนื้อที่ผิดปกติในที่สุด ในต่อมาก้อนนี้ก็จะตายเพราะขาดหลอดเลือดไปหล่อเลี้ยง สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งและอาการของมะเร็ง สาเหตุของการเกิดมะเร็งมาจากสารพันธุกรรมหรือยีนที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ ทำงานผิดไปจากปกติ สาเหตุหลักจะมาจากการได้รับสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ บุหรี่ สุรา(รวมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด) รังสีบางชนิด และสารเคมีต่างๆ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน ความอ้วนก็มีผลต่อปัจจัยเสี่ยงที่เกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน โดนเฉพาะมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งตับอ่อน มะเร็งที่ไต มะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น จากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า โรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในคนไทยโดยแบ่งตามเพศ มีดังนี้คือ เพศชาย มะเร็งตับ และมะเร็งปอด เพศหญิง มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม สรุปอาการและการแสดงออกของโรคมะเร็งชนิดต่าง เซลล์มะเร็งจะไม่แสดงอาการใดๆ ในช่วงแรก ต่อเมื่อมีสัญญาณอันตราย 8 ประการที่บ่งชี้ได้ว่าท่านมีความเสี่ยงเป็นมะเร็ง มีการเปลียนแปลงเกี่ยวกับระบบขับถ่าย เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ และมีเลือดปน หรือปัสสาวะเป็นสีเลือด มีอาการเสียดแน่นท้องเป็นเวลานาน มีอาการเสียงแหบ ไอเรื้อรัง กลืนอาหารลำบาก มีอาการหูอื้อ และมีเลือดกำเดาไหล มีอาการตกขาว และประจำเดือนผิดปกติ มีการเปลียนแปลงของหูต มีก้อนที่เต้านม หรือส่วนต่างๆในร่างกาย มีอาการอักเสบเรื้อรังของแผลที่รักษาแล้วไม่ยอมหาย เมื่อมีอาการป่วยของโรคปกติทั้วไปผสมกับอาการต่อไปนี้ คือ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่างกายทรุดโทรม ไม่สดชื่น ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยทันที เมื่อมีอาการที่บ่งชี้ว่าเป็นมะเร็ง และมีการกระจายของโรคที่ลุกลามไปตามอวัยวะใกล้เคียง ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด และทุกข์ทรมานเป็นต้น ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งด้วยโภชนาการบำบัด พฤติกรรมการบริโภคอาหารถือว่าเป็นสำคัญลำดับต้นๆ ผู้ป่วยโรคมะเร็งควรรับประทานผักผลไม้และสมุนไพรเป็นประจำทุกวัน เพราะผักและผลไม้มีคุณสมบัติในการต่ออนุมูลอิสระ รวมทั้งยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งอีกด้วย เราควรรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการดังนี้ ผัก 30% ถั่วและปลา 10% ข้างกล่องเผือก มัน 50 % ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณ ผักผลไม้และสมุนไพรต่อไปนี้มีสารแอนนิอ๊อกซิแดนซ์ซึ่งเป็นสารสำคัญที่มีสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระ สาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งอีกด้วย กระเทียม กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก กุยช่าย ขั้นฉ่าย บร๊อคโคลี คะน้า แครอท พริกไทย ฟักทอง มะเขือเทศ ชะอม ตำลึง ยอ ย่านาง สะเดา หัวผัดกาด เห็ด โหระพา กล้วย กีวีฟรุต บีทรูทเสารส ใบชา เห็ดหลินจือ หญ้าเทวดา ตรีผลา ปัญจขันธ์

มะเร็งตับ โรคร้ายที่คุณต้องรู้ สาเหตุและวิธีรักษา

มะเร็งตับ โรคร้ายที่คุณต้องรู้ สาเหตุและวิธีรักษา

มะเร็งตับ ถือได้ว่าเป็นโรคร้ายที่มีความรุนแรงและรักษาได้ยาก จะพบมากในผู้ที่เป็นเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่ชอบดื่มเหล้าและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมในปริมาณที่มาก และผู้ที่ชอบรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ดังนั้นในประเทศไทยมักจะพบผู้ที่มะเร็งตับอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน)เป็นส่วนใหญ่ โรคมะเร็งตับส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อมโยงกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีชนิดเรื้อรัง รวมถึงการเป็นโรคตับแข็งและโรคไขมันสะสมในตับ ผลจากการวิจัยสามารถสรุปสาเหตุหลักๆ ที่จะทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งตับได้ดังนี้ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด B การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิด C ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมในปริมาณที่มาก และดื่มเป็นประจำ ป่วยเป็นโรคตับแข็ง การได้รับสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ; เป็นเชื่อราชนิดหนึ่ง ซึ่งมักจะพบในอาหารประเภทถั่วลิสง ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวสาลี กระเทียม หอมหัวใหญ่ หอมแดง มันสำปะหลัง และพริกแห้ง อาการของผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ ผู้ป่วยจะมีอาการต่างๆดังนี้ ในช่วงแรกผู้ป่วยจะแสดงอาการเบื่ออาหาร แน่นท้อง ท้องผูก อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปวดเมื่อย มีไข้ต่ำ ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโต บวมบริมาณขาทั้งสองข้าง ผู้ป่วยอาจมีอาการจุกเสียดบริเวณชายโครงด้านขวา ซึ่งอาจคลำพบก้อนเนื้อแข็งๆ ได้ด้วยเช่นกัน วิธีการรักษา ในปัจจุบันมีวิธีการต่อสู้กับโรคร้ายนี้โดยฉายรังศีความถี่สูงที่เรียกว่าการทำ HIFU แต่ต้องเข้าใจก่อนว่าการทำ HIFU ไม่ได้รักษามะเร็งได้ทุกแบบทุกชนิดและไม่สามารถรักษามะเร็งระยะสุดท้ายได้ วิธีการป้องกัน อย่างไรก็ตาม แม้โรคมะเร็งตับจะรักษาได้หายได้ยาก แต่เราก็สามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคได้ โดยการระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหาร โดยรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ สะอาด เพื่อป้องกันไขพยาธิโดยเฉพาะพยาธิใบไม้ในตับ หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง ที่สำคัญลด ละ เลิก การสูบบุหรี่ และการดื่มสุรา เป็นต้น เพียงเท่านี้คุณก็จะอยู่ห่างไกลจากโรค ด้วยความปรารถนาดีจาก มีประโยชน์.com

FanPage