ฝาง

ฝาง

ฝาง เปลือกไม้สีแสดแดงที่เต็มไปด้วยสรรพคุณทางยามากมายจนคาดไม่ถึง ฝางมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Caesalpinia sappan L. ฝางเป็นไม้ยืนต้นขนาดไม่ใหญ่นัก จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นมีหนามแหลมขึ้นไปทั่ว ส่วนของใบนั้นคล้ายใบมะขามคือมีก้านใหญ่ตรงกลาง แตกแขนงก้านเล็กและมีใบเล็กๆขึ้นรอบก้านเล็กเป็นแผง ส่วนของดอกมีสีเหลือง ออกเป็นช่อตรงปลายกิ่ง ส่วนของผลฝางเป็นลูกแบนๆ ตรงปลายด้านหนึ่งเป็นจงอยแหลมเมื่ออ่อนเป็นสีเขียว พอแก่แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล สรรพคุณของฝางและการนำไปใช้ สำหรับเป็นยาบำรุงกำลัง ลดไขมันในเส้นเลือด แก้อาการท้องร่วง ลดอาการไข้ ตัวร้อน แก้อาการร้อนใน ใช้แก่นต้มกับน้ำดื่ม ส่วนของการแก้ไข้ สามารถเพิ่มส่วนผสมเป็นตะไคร้และปูนขาวเข้าไปเล็กน้อย จะได้สรรพคุณทางยาที่ดีขึ้น สำหรับหญิงสาวที่มีปัญหาประจำเดือนไม่ปกติ ต้องการใช้เพื่อขับระดู บำรุงโลหิต ให้ใช้ แก่นฝางต้มน้ำให้เดือด แล้วเติมมะขามเปียกลงไปเล็กน้อย เคี่ยวให้ข้น แล้วนำมาดื่ม ส่วนของหญิงที่เพิ่งคลอดลูกมา ใช้แก่นฝางฝนผสมกับปูนขาวทาที่หน้าผากให้เย็น ลดอาการปวดหลังคลอดได้ด้วยส่วนสรรพคุณในการต้านเชื้อโรคนั้น ทางการแพทย์จะสกัดสารทางยาจากแก่นฝางเพื่อไปผสมในยาชนิดต่างๆ ฝางในฐานะสมุนไพร ฝางมีสรรพคุณทางยามากมายเนื่องจากในแก่นของฝางมีสาร  brazilin  เป็นสารที่ช่วยลดการอักเสบ และทำให้เชื้อจุลินทรีย์นั้นลดลงด้วย ทำให้ฝางมีสรรพคุณในการต้านชื้อโรคต่างๆ จึงทำให้สามารถชะลอการเกิดมะเร็งในร่างกายได้ด้วย   นอกจากนี้แก่นของฝางยังถือเป็นยาบำรุงโลหิตเหมาะสำหรับทั้งสตรีและบุรุษ โดยเฉพาะสตรีที่ชอบเป็นไข้ทับระดู มีอาการปวดประจำเดือน สรรพคุณอื่นๆของแก่นฝางยังมีอีกมากมาย ทั้งช่วยลดอาการไข้ ตัวร้อน แก้ร้อนใน ลดอาการไอ ขับเสมหะ ลดไขมันในเส้นเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน กินเป็นยาบำรุงกำลัง แก้อาการปวดเมื่อยเหนื่อยล้าตามร่างกายลดอาการอุดตันของเส้นเลือด ส่วนของเมล็ดแห้ง สามารถนำมาใช้เพื่อลดความดันโลหิตได้ นอกจากนั้นแก่นของฝางยังเป็นส่วนผสมของตำรับยาต่างๆมากมายด้วย ฝางในรูปอาหารไทย ยังไม่มีการนำฝางมาประกอบอาหารในรูปของกับข้าว แต่มีการนำฝางมาทำเป็นเครื่องดื่ม โดยการนำฝางมาต้ม จะได้น้ำสีแดงเข้ม ใส่ใบเตยและมะลิ เพื่อให้มีกลิ่นหอม เป็นที่นิยมแถวกาญจนบุรี นอกจากนั้นฝางยังเป็นส่วนผสมหนึ่งในน้ำยาอุทัยที่ใช้หยดน้ำเพื่อดื่มให้รู้สึกสดชื่นอีกด้วย ประโยชน์ของฝางในด้านอื่นๆ สาร brazilin ให้สีแดง สามารถนำไปผสมในผลิตภัณฑ์จำพวกสบู่ แชมพูสระผม ครีมอาบน้ำครีมทาหน้าได้ ทั้งในวงการอุตสาหกรรมยังนำมาทำเป็นสีย้อมผ้าอีกด้วย

คำฝอย

คำฝอย

คำฝอย สมุนไพรที่เราน่าจะคุ้นเคยกับชื่อ แต่อาจจะยังไม่รู้จักสรรพคุณทั้งหมด ลองไปดูกันเลยดีกว่าว่าสมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณอะไรบ้างที่เรายังไม่รู้ คำฝอยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Carthamus tinctorius L.  ต้นคำฝอยจัดเป็นพืชล้มลุก ขนาดของต้นไม่ใหญ่มากนัก สูงราว 30 – 60 เซนติเมตรเท่านั้น ใบมีสีเขียวแก่ เป็นทรงรี มีหนามเล็กๆล้อมขอบใบ ส่วนของดอกนั้นกลีบค่อนข้างยาวลักษณะเหมือนเป็นฝอย ดอกคำฝอยเวลาออกดอกจะอัดกันเป็นช่อ จนดูราวกับว่านั่นคือดอกใหญ่หนึ่งดอกเลยทีเดียว ดอกมีสีเหลืองเข้ม ส่วนของผลมีขนาดเล็ก ทรงรี เปลือกของเมล็ดมีสีงาช้าง สรรพคุณของคำฝอยและการนำไปใช้ สำหรับลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิต บำรุงหัวใจ สำหรับผู้หญิงแก้ประจำเดือนไม่ปกติ ใช้ดอกคำฝอยหนึ่งกำมือ หรือจะใช้ดอกที่ตากแห้งแล้วก็ได้ ผสมกับดอกเก๊กฮวยต้มจนเดือด นำมาดื่มเป็นชาดอกคำฝอยเป็นประจำ สำหรับระบายใช้ส่วนของเมล็ดตากแห้งนำมาต้มน้ำเดือดแล้วดื่มเหมือนน้ำชา ใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ควรใช้เป็นยาระบายสำหรับลดน้ำหนัก สำหรับแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้ปวดประจำเดือน ใช้ดอกคำฝอยผสมฝาง ต้มดื่มเหมือนน้ำชาเช่นเดียวกัน คำฝอยในฐานะสมุนไพร สาร Linoleic Acid  ในดอกคำฝอยมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย นอกจากนั้นดอกคำฝอยยังช่วยลดความดันโลหิต เพราะจะเข้าไปทำหน้าที่ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดในร่างกายนั้นไหลเวียนได้ดีขึ้น ออกซิเจนที่คนเราหายใจเข้าไปนั้นจึงเข้าไปยังหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอหรือมีปัญหาได้ดีขึ้นกว่าเดิม เมื่อหลอดเลือดทำงานได้ดีขึ้น เลือดก็เข้าไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้นด้วย ดอกคำฝอยจึงถือว่ามีประโยชน์ช่วยบำรุงหัวใจให้ทำงานได้ดีขึ้นด้วย นอกจากนั้นทั้งดอกและเมล็ดเองยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ ทำให้ร่างกายขับถ่ายของเสียได้ดีมากยิ่งขึ้น ลดอาการท้องผูก ไม่เพียงเท่านั้นในดอกคำฝอยยังมีฮอร์โมนที่คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง จึงช่วยปรับสมดุลในร่างกายของผู้หญิง ขับระดู สำหรับผู้ที่มีประจำเดือนไม่ปกติ ขับน้ำคาวปลาสำหรับหญิงสาวที่ผ่านการคลอดบุตรมาได้ด้วย คำฝอยในรูปอาหารไทย มีการนำดอกคำฝอยมาประยุกต์เป็นเมนูอาหารต่างๆมากมายในร้านอาหารไทยระดับหรูหรา อย่างเช่นการนำน้ำดอกคำฝอยมาทำเมนูข้าวดอกคำฝอยผัดปลาทู เป็นการนำน้ำดอกคำฝอยมาผัดและปลาทู ได้ทั้งความอร่อย และคุณประโยชน์มากมาย นอกจากจะนำมาทำอาหารแล้ว ดอกคำฝอยยังนำมาประดับจานอาหารให้ดูน่ารับประทานได้อีกด้วย ประโยชน์ของคำฝอยในด้านอื่นๆ น้ำต้มดอกคำฝอยจะมีสีเหลืองออกส้ม สามารถนำไปทำเป็นสีผสมอาหารให้ออกเป็นสีเหลือง ส่วนน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดดอกคำฝอยจะนำไปผสมสีทาบ้าน สีเคลือบเงาด้วย

พลูคาว

พลูคาว

พลูคาว หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อนัก เพราะเป็นผักพื้นบ้าน แต่สรรพคุณนั้นมากมายเลยทีเดียวสำหรับผักที่ชื่อว่าพลูคาว หรือมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ชื่อวิทยาศาสตร์ Houttuynia cordata Thunb.  นอกจากนั้นพลูคาวยังมีชื่อเรียกอื่นๆแตกต่างกันไปตามความคุ้นเคยของแต่ละท้องถิ่น เช่น คาวทอง หรือบางท้องถิ่นก็ถนัดเรียกคาวตอง เป็นต้น พลูคาวจัดอยู่ในตระกูลพืชล้มลุก ใบมีสีเขียวแก่รูปร่างคล้ายรูปหัวใจ ปลายรีแหลม ส่วนของดอกมีสีขาว กลีบดอกเป็นรูปไข่ปลายมนในหนึ่งดอกจะมีประมาณ 4 กลีบ มีช่อดอกอยู่ตรงกลางเห็นชัดเจน ส่วนของผลนั้นเล็กมาก สรรพคุณของพลูคาวและการนำไปใช้ สำหรับชะลอการเกิดมะเร็ง ลดความดันโลหิต ลดระดับน้ำตาลในเลือด แก้ปัญหาท้องผูก รับประทานใบสด ลำต้น ยกเว้นบริเวณราก นำมากินกับน้ำพริกหรือลาบก็ได้ สำหรับขับปัสสาวะ ใช้ใบตากแห้งชงดื่มเหมือนชา สำหรับแก้อาการอักเสบตามผิวหนัง แมลงสัตว์กัดต่อย ผื่นคันต่างๆ นำต้นสดมาโขลกให้ละเอียดแล้วพอกบริเวณที่เป็น สำหรับแก้ริดสีดวงทวาร ใช้ต้นสดต้มกับน้ำนำมาล้างบริเวณที่เป็น และยังใช้ต้นสดต้มแล้วผสมกับเหล้าเพื่อดื่มอีกด้วย พลูคาวในฐานะสมุนไพร สรรพคุณของพลูคาวนั้นไม่น้อยหน้าใครเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสามารถในการใช้เพื่อลดไขมันในเส้นเลือดได้ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน  นอกจากนั้นยังช่วยลดความดันโลหิตได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีการค้นพบสารอัลคาลอยด์ในส่วนของต้นพลูคาวที่เหนือดินขึ้นไปว่าช่วยยับยั้งมะเร็งได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  ซึ่งได้มีการจดสิทธิบัตรพลูคาวไว้เป็นสารสกัดที่นำมาทำยาและเครื่องสำอางด้วย ไม่เพียงเท่านั้นสรรพคุณที่โดดเด่นอีกอย่างหนึ่งของพลูคาวคือมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยเฉพาะสำหรับผิวหนัง เวลาที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อย นอกจากนั้นยังช่วยบรรเทาอาการเวลาเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แก้อาการท้องผูก เพราะมีสรรพคุณที่ช่วยระบายด้วยเช่นเดียวกัน  ใช้เป็นยาสำหรับขับปัสสาวะ ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และรักษาริดสีดวงทวารได้ด้วย พลูคาวในรูปอาหารไทย คนท้องถิ่นแถบอิสานและภาคเหนือนั้นรับประทานใบพลูคาวสดมาเป็นเวลาช้านานแล้ว ดังนั้นจึงมีการนำพลูคาวมาทำสลัดรับประทานเพื่อจะได้รับประโยชน์ แต่เนื่องจากใบพลูคาวจะมีกลิ่นคาวสมดังชื่อของมัน ส่วนผสมของสลัดภูคาวจึงมีการใส่ถั่วคั่ว ตะลิงปลิง มะละกอ ฟักทอง และผักอื่นๆตามสะดวก โดยนำมาคลุกเข้ากับน้ำสลัดและรับประทานได้เลย นอกจากนั้นใบสดยังนำมารับประทานกับน้ำพริกและลาบได้เช่นเดียวกัน ประโยชน์ของพลูคาวในด้านอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มีการนำใช้สารสกัดจากพลูคาวเป็นส่วนผสมมากมาย เนื่องมาจากฤทธิ์ในการต้านอาการอักเสบของผักสมุนไพรชนิดนี้นั่นเอง

ฟักข้าว

ฟักข้าว

ฟักข้าว หลายคนอาจจะเคยเห็นเครื่องดื่มน้ำฟักข้าวที่วางขายอยู่ทั่วไป บอกเลยว่าฟักข้าวนั้นเป็นพืชสมุนไพรที่สรรพคุณไม่ธรรมดาจริงๆ โดยฟักข้าวมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Momordica cochinchinensis (Lour.) Spreng เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับพืชจำพวกแตง ลักษณะของผลฟักข้าวนั้นก็มีรูปทรงคล้ายพวกผลแตงด้วย ตอนของฟักข้าวจัดเป็นไม้เลื้อย คล้ายๆกับต้นตำลึง ขอเพียงมีที่เกาะก็สามารถเลื้อยไปได้ทั่ว ไม่ว่าจะเป็นตามต้นไม้ด้วยกัน หลังคา กำแพง ใบฟักข้าวสีเขียวจัดเป็นใบเดี่ยวรูปทรงคล้ายรูปหัวใจ ดอกของฟักข้าวมีสีขาวอมเหลือง ตรงกลางดอกจะออกไปทางเหลือง ดอกค่อนข้างใหญ่ ปลายกลีบเรียวแหลม ผลขอองฟักข้าวเป็นทรงกลมรี รูปทรงคล้ายฟัก มีสีเหลืองแก่ไปจนถึงส้มจัด รอบผลจะมีหนามแหลมเล็กๆรอบผลเต็มไปหมด ภายในผลจะมีเมล็ดสีแดงจัดอัดเรียงตัวกันแน่นเต็มไปหมด สรรพคุณของฟักข้าวและการนำไปใช้ สำหรับผู้ป่วยเบาหวานให้ใช้ยอดอ่อนของต้นฟักข้าว หรือจะใช้ผลอ่อนก็ได้ นำมาประกอบอาหารรับประทาน สำหรับชะลอการเกิดมะเร็งและบำรุงผิวพรรณ นำผลฟักข้าวมาทำเป็นเครื่องดื่ม ดื่มเป็นประจำ สำหรับถอนพิษไข้ ขับเสมหะ ลดอาการร้อนใน ใช้รากต้มน้ำดื่ม หรือนำรากไปตากแห้งแล้วบดเป็นผง ปั้นเป็นยาเม็ดเพื่อรับประทาน ฟักข้าวในฐานะสมุนไพร ผลอ่อนของฟักข้าวมีสาร glycosides ซึ่งมีผลในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้ผลวิจับจากมหาวิทยาลัยมหิดล ยังค้นพบว่าโปรตีนชนิดหนึ่งในฟักข้าวสามารถยับยั้งเชื้อเอชไอวีในร่างกายไม่ให้เจริญเติบโต รวมถึงยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วย นอกจากนั้นฟักข้าวยังมีสารต้นอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูงมาก นอกจากนั้นยังมีสารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณในปริมาณที่สูงมากทั้งไลโคปินและเบต้าแคโรทีน ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวพรรณ ฟักข้าวมีฤทธิ์เป็นยาเย็น ถอนพิษไข้ แก้ร้อนใน ลดอาการเจ็บคอ ขับเสมหะข้นเหนียว ทั้งยังมีฤทธิ์ในการบำรุงสายตา ฟักข้าวในรูปอาหารไทย นอกจากจะนำมาทำเครื่องดื่มแล้ว ฟักข้าวยังสามารถนำมารับประทานในรูปแบบอาหารได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการนำเนื้อมาทำเป็นกับข้าว โดยผ่าผลฟักข้าว แล้วคว้านเอาเมล็ดด้านในออก นำผลมาหั่นเป็นชิ้นผัดกับไข่ กระเทียม หัวหอมใหญ่ และเครื่องปรุงรสต่างๆ รับประทานเป็นกับข้าว รสชาติไม่แพ้เมนูไหนเลยทีเดียว ส่วนของเยื่อเมล็ดฟักข้าว สามารถนำมาทำซอสฟักข้าว ใช้ประโยชน์ได้เหมือนซอสมะเขือเทศ รับประทานกับไข่ดาว ขนมปัง ช่วยเพิ่มรสชาติ ได้ด้วย ประโยชน์ของฟักข้าวในด้านอื่น รากของฟักข้าวนำไปตากแห้งบดเป็นผง แล้วนำมาหมักผม ช่วยแก้ปัญหากลากเกลื้อน และฆ่าเหา รวมถึงทำให้ผมเงางามได้อีกด้วย  

มะขามป้อม

มะขามป้อม

มะขามป้อมผลไม้ลูกเล็กที่สรรพคุณไม่เล็กตามเลย มะขามป้อมมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phyllanthus emblica L. จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นแข็งแรง ใบคล้ายขนนก มีกิ่งตรงกลาง แล้วมีใบเล็กรูปไข่เรียงกันล้อมรอบกิ่งเป็นแพ ส่วนของดอกออกเป็นเรียงกันเป็นกลุ่ม โดยเป็นดอกเล็กๆรวมตัวกันบนก้านดอก ผลมะขามป้อมมีสีเขียวอ่อน ลูกกลมเล็ก มีรสเปรี้ยวและฝาด สรรพคุณของมะขามป้อมและการนำไปใช้ สำหรับบำรุงร่างกาย ระบบประสาท บำรุงสายตา แก้ไอ ขับเสมหะ สามารถรับประทานผลสด หรือรับประทานในรูปแบบเครื่องดื่มก็ได้ โดยใช้ผลสดคั้นเอาน้ำผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย เพื่อให้รสชาติดีขึ้น สำหรับเบาหวานและความดัน รับประทานผลสด หรือคั้นเอาแต่น้ำดื่ม สำหรับแก้อาการท้องผูก เป็นยาระบาย ใช้ผลแห้ง บดเป็นผง ชงดื่มเหมือนน้ำชา แก้อาการคัน น้ำกัดเท้า ผื่นคัน ผิวหนังเกิดอาการอักเสบ  ใช้มะขามป้อมต้มน้ำแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็น มะขามป้อมในฐานะสมุนไพร มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่มีวิตามินซีสูงมาก มากกว่าส้มหลายเท่า จึงสามารถป้องกันโรคเลือกออกตามไรฟัน ต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณผุดผาด ลดการเกิดริ้วรอย แก้ไข้ ขับเสมหะในลำคอ แก้เจ็บคอได้เป็นอย่างดี แก้เวียนหัวอยากจะอาเจียน ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นเหมือนเป็นยาระบาย  ไม่เพียงเท่านั้นมะขามป้อมยังมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา  สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มะขามป้อมสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ไม่เพียงเท่านั้นยังลดระดับไขมันในเลือดและคอเลสเตอรอล ในอินเดียพบว่ามีการนำมะขามป้อมมาใช้เป็นยาเป็นเวลาช้านาน เพราะมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา บำรุงสมองได้เป็นอย่างดี ทำให้ระบบประสาททำงานได้ดี ทั้งยังช่วยในเรื่องของความดันโลหิตได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นมะขามป้อมยังช่วยลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารย่อยได้ง่ายขึ้น บำรุงดลหิตให้โลหิตไหลเวียนได้ดี เรียกได้ว่าสรรพคุณแทบจะครอบจักรวาลกันเลยทีเดียว มะขามป้อมในรูปอาหารไทย ด้วยรสชาติที่ค่อนข้างจัด ทำให้มะขามป้อมมักถูกนำไปประกอบอาหารหวานหรือของกินเล่นเสียมากกว่า ส่วนของคาวนั้นจะมีบ้าง ก็อย่างเช่น ตำมะขามป้อม ที่ใช้มะขามป้อมตำเหมือนส้มตำ ใส่ปลาร้าและปรุงรสให้จัดมากขึ้นไปอีก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเหมือนอาหารว่างกินเล่น ไม่นิยมนำมารับประทานกับข้าว นอกจากนี้ยังมีการนำมะขามป้อมมาทำเป็นเครื่องดื่มน้ำมะขามป้อม รสชาติอร่อยและเริ่มเป็นที่รู้จัก ส่วนของหวานนั้นมีการนำมะขามป้อมมาแช่อิ่มเอาไว้รับประทานยามว่าง และนำมาทำแยมสำหรับรับประทานกับขนมปังได้อีกด้วยนอกนั้นคนจะนิยมรับประทานมะขามป้อมสดๆ โดยจิ้มกินกับพริกเกลือ ประโยชน์ของมะขามป้อมในด้านอื่นๆ แก่นของมะขามป้อมนำมาเป็นส่วนผสมในการย้อมสีผมได้ โดยให้สีน้ำตาลเข้ม ปลอดภัยกว่าการใช้สีจากสารเคมี

มะเขือพวง

มะเขือพวง

ผักสมุนไพรตระกูลมะเขือที่เราคุ้นหน้าค่าตาในอาหารเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบรับประทานแกงเขียวหวาน เชื่อหรือไม่ว่า สรรพคุณไม่เล็กเหมือนผลของมันเลย มะเขือพวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Solanum torvum Sw.บางที่อาจจะเรียกลูกแว้ง และชื่ออื่นๆแตกต่างกันออกไปตามความถนัด ถือเป็นไม้พุ่มยืนต้น แตกต่างจากมะเขือชนิดอื่นๆที่ส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุก ส่วนของลำต้นแข็งและตรง มีขนเล็กๆปลุกคลุมโดยรอบ ส่วนของใบหยักเป็นแฉกลักษณะกว้าง ดอกมะเขือพวงเองก็มีกลีบเป็นแฉกปลายของกลีบแหลม ส่วนเกสรมีสีเหลืองเห็นได้ชัดเจน ส่วนของผลนั้นขึ้นเป็นพวงกระจุกตัวเป็นกลุ่ม ด้านในผลนั้นเต็มไปด้วยเมล็ดเล็กๆมากมาย สรรพคุณของมะเขือพวงและการนำไปใช้ สำหรับแก้ไอ ขับเสมหะใช้ผลต้มน้ำดื่ม สำหรับสรรพคุณอื่นๆทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด  ลดอาการอักเสบของแผลในกระเพาะอาหาร ต้านอนุมูลอิสระ ใช้การรับประทานในรูปส่วนประกอบอาหารได้เลย หรือใครจะรับประทานสดกับน้ำพริกก็ยิ่งดี ยกเว้นผู้ที่เป็นแผลในกระเพาะอาหารไม่ควรรับประทานกับน้ำพริก มะเขือพวงในฐานะสมุนไพร มะเขือพวงลดความเครียดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานได้ โดยมีการทดลองพบว่าน้ำที่สกัดจากมะเขือพวงทำปฏิกิริยากับสารไนทริกออกไซด์ ที่เป็นสารอนุมูลอิสระ ซึ่งจะเกิดกับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน และต่อต้านไม่ให้สารชนิดนี้ทำงานได้ดี และยังทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอีกด้วยนอกจากนี้มะเขือพวงยังมีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นช้าลง ทั้งยังช่วยลดการรวมตัวของเกล็ดเลือด มะเขือพวงจึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยความดันโลหิตเช่นเดียวกัน ไม่เพียงเท่านั้นในมะเขือพวงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และมีผลในการยับยั้ง PAF ที่ทำให้เกิดโรคหอบหืด และภูมิแพ้  ส่วนสรรพคุณอื่นๆก็มีทั้งช่วยบำรุงไต รักษาและลดอาการอักเสบของแผลในกระเพาะอาหาร ขับเสมหะบรรเทาอาการไอ และสำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องทำคีโม มะเขือพวงนั้นสามารถลดอาการและผลข้างเคียงที่จะเกิดกับตับได้ มะเขือพวงในรูปอาหารไทย มะเขือพวงนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ที่คุ้นเคยคือแกงเขียวหวาน เราจะเห็นว่ามีการใส่มะเขือพวงลงในแกงเขียวหวาน โดยจะใส่เป็นส่วนผสมเกือบสุดท้าย ใส่พร้อมกับมะเขือเปราะนั่นเอง เหมือนผักโรยหน้าจะว่าอย่างนั้นก็ได้ เมนูที่ใช้มะเขือพวงโรยหน้าอีกก็เช่นน้ำพริกกะปิ แต่บางสูตรก็ตำมะเขือพวงผสมลงไปด้วย แกงพะแนง แกงป่าเป็นต้นนอกจากนั้นยังมีเมนูอื่นๆจากมะเขือพวงอีกมากมาย เช่น ตำมะเขือพวง  แกงเผ็ดมะเขือพวง และเมนูอีกมากมายที่ใช้มะเขือพวงเป็นส่วนประกอบ เรียกได้ว่าคนไทยคุ้นเคยกับมะเขือพวงมาเป็นเวลานาน ประโยชน์ของมะเขือพวงในด้านอื่นๆ บางประเทศนั้นใช้ใบมะเขือพวงสำหรับห้ามเลือดได้ด้วย  

รางจืด

รางจืด

รางจืด ใครจะไปคิดว่าสมุนไพรที่ดูเหมือนเถาวัลย์ชนิดนี้จะอุดมไปด้วยสรรพคุณในการล้างพิษมากมาย ลองไปทำความรู้จักกันดีกว่าว่ารางจืดนำมาล้างพิษได้อย่างไร รางจืดมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Thunbergia laurifolia Lindl. ส่วนชื่อท้องถิ่นแตกต่างกันออกไปแล้วแต่พื้นที่ บางท้องที่อาจจะเรียกว่าน้ำนอง เครือเขาเขียวเป็นต้น  รางจืดเป็นไม้เลื้อย ลำต้นไม่ใหญ่ แต่เนื้อนั้นแข็งและเหนียวพอสมควร ใบรางจืดสีเขียวเข้ม ผิวใบเรียบมัน รูปทรงยาวรี ปลายใบแหลม ความกว้างของโคนใบราว 3- 6 เซนติเมตร ดอกรางจืดนั้นกลีบดอกค่อนข้างอ่อน กลีบดอกมีสีม่วง ส่วนตรงกลางบริเวณเกสรจะออกเป็นสีเหลือง กลีบดอกเป็นทรงเกือบครึ่งวงกลมค่อนข้างป้าน ส่วนของผลนั้นเป็นผักเล็กๆออกเป็นกอ เปลือกหุ้มค่อนข้างอ่อน เมื่อแก่แล้วฝักจะแตกเป็นสองส่วน สรรพคุณของรางจืดและการนำไปใช้ สำหรับล้างพิษในร่างกายเช่นสารตะกั่ว ลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือลดความดันโลหิต แก้กระหายน้ำ ลดความร้อนในร่างกาย ใช้ใบรางจืดต้มน้ำดื่มเหมือนชา หรือจะคั้นเอาน้ำข้นๆจากใบมาดื่มก็ได้ แต่หากเป็นการล้างพิษจำพวกยาฆ่าแมลงต้องใช้ยาที่สกัดจากรางจืดเท่านั้น  การใช้รางจืดนั้นต้องใช้อย่างระมัดระวังและในปริมาณที่เหมาะสม ผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาแผนปัจจุบันควบคู่ไปด้วย ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง รางจืดในฐานะสมุนไพร ประโยชน์ของรางจืดโดดเด่นในด้านการล้างพิษ ทั้งยังมีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลที่ทดลองพบว่าสารสกัดจากใบรางจืดสามารถลดความรุนแรงของสารพิษจำพวกยาฆ่าแมลงได้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังช่วยลดความเป็นพิษของสารตะกั่วที่เข้าไปทำลายระบบสมอง ทำให้เซลล์ในสมองนั้นถูกทำลายน้อยลง รวมถึงพิษที่เกิดจากยาเบื่อต่างๆด้วย ด้วยสรรพคุณการล้างพิษที่โดดเด่นทำให้รางจืดจัดเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ชะลอและป้องกันการเกิดมะเร็งได้ด้วย สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน รางจืดช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดี ลดความดันโลหิตและทำให้หลอดเลือดแดงคลายตัว แต่ทั้งนี้ควรใช้รักษาควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันและแจ้งแพทย์ผู้รักษาด้วย  นอกจากนี้รางจืดยังเป็นพืชที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบในปริมาณที่สูงมากอีกด้วย และถือว่าสูงกว่ามังคุดและปลอดภัยกว่าอีกด้วย รางจืดในรูปอาหารไทย เราอาจจะไม่คุ้นเคยเมนูอาหารที่ทำมาจากรางจืดนัก แต่ส่วนยอดของต้นรางจืด (ใบอ่อน) สามารถนำไปทำยำ โดยวิธีการทำยำตามขั้นตอนปกติ เพียงแต่เพิ่มยอดอ่อนใบรางจืดเข้าไปเป็นส่วนประกอบเท่านั้น หรือจะใช้ใบรางจืดทำแกงจืดก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน นอกจากนั้นเมนูอื่นๆก็เช่นนำไปผัดเหมือนผัดผักบุ้งไฟแดง หรือจะผัดกับไข่ก็อร่อยเช่นเดียวกัน รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ทั้งอร่อยและได้ประโยชน์ด้วย ประโยชน์ของรางจืดในด้านอื่นๆ ใบรางจืดนำมาตำและพอกแผลจะช่วยให้แผลหายเร็วและไม่เกิดการอักเสบ

แพงพวยฝรั่ง

แพงพวยฝรั่ง

แพงพวยฝรั่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Catharanthus roseus (L.) G.Don ซึ่งเราจะพบเห็นได้ทั่วไป ดอกมีหลายสีทั้งสีขาวสีบานเย็น ปกติเป็นต้นไม้ที่ไม่นิยมปลูกในบ้านนัก เพราะเชื่อว่าเป็นดอกไม้เหนือหลุมศพ บางที่อาจจะเรียกว่าแพงพวยบก หรือชื่ออื่นๆ ตามท้องถิ่น ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม้ประดับ ลำต้นสูง 20 -120 เซนติเมตร ขนาดของลำต้นไม่ใหญ่มากนัก เป็นไม้เนื้ออ่อน ใบเป็นรูปทรงรี  ด้านบนสีเขียวเป็นมัน ด้านล่างจะสีอ่อนกว่าพื้นผิวค่อนข้างด้าน ดอกมีหลากสี มักจะอยู่บริเวณปลายยอด แต่ละดอกมีประมาณ 5 กลีบ ที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็นดอกสีชมพู หรือสีม่วง ฝักของแพงพวยฝรั่งโผล่แทรกออกมาตามลำต้น มีรูปร่างยาวรี ด้านในบรรจุเมล็ดเล็กๆไว้ สรรพคุณของแพงพวยฝรั่งและการนำมาใช้ สำหรับแก้อาการที่เกิดจากพิษไข้ หรือหวัด แก้เจ็บคอ แก้อาการอักเสบในลำคอ ลดไขมันที่อยู่ในเส้นเลือด หรือเพื่อบำรุงหัวใจ นำต้นที่ตากแห้งแล้วมาต้มดื่ม  สำหรับแก้พิษที่เกิดจากการดื่มสุรา ใช้การโขลกคั้นเอาน้ำ ผสมน้ำผึ้งแล้วดื่ม ส่วนผู้ที่เกิดแผลจากการหกล้ม กระแทก หรือแมลงสัตว์กัดต่อย ใช้ต้นสดตำแล้วพอกที่แผลเพื่อลดอาการคันและอาการอักเสบ หรือ สามารถเคี้ยวใบสด หรือโขลกเอาแต่น้ำ เพื่อใช้เป็นยาขับระดูของหญิงสาว ส่วนผู้ที่ใช้แพงพวยฝรั่งเพื่อรักษาอาการหนองใน ให้ใช้ต้นสดต้มดื่มกับน้ำตาลกรวด แพงพวยฝรั่งในฐานะสมุนไพร มีการค้นพบว่าสาร Vinblastine และสาร Vincristine  ซึ่งเป็นสารอัลคาลอยด์ที่พบในลำต้นและรากของต้นแพงพวยมีฤทธิ์ในการระงับการเจริญเติบโตของมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) รวมถึงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองด้วย แต่ต้องผ่านการสกัดทางวิทยาศาสตร์เสียก่อน ส่วนสรรพคุณอื่นๆของแพงพวยนั้นก็มากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของรากสามารถนำมาขับพยาธิ แก้อาการบิด ส่วนอื่นๆของต้นใช้บำบัดโรคเบาหวาน บำบัดอาการที่เกิดจากพิษสุรา ทั้งตัวเหลือง ตาเหลือง แก้พิษไข้ ตัวร้อน  ลดอาการไอ  แก้เจ็บคอ ลดอาการกระหายน้ำ ร้อนใน  ลดอาการคันและอาการอักเสบจากการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย แพงพวยฝรั่งในรูปอาหารไทย ดอกแพงพวยสามารถนำมาชุบแป้งทอด รับประทานกับน้ำจิ้มหวาน เป็นอาหารกินเล่นยามว่าง นอกจากนี้ยังสามารถนำดอกที่ชุบแป้งทอดแล้ว มายำร่วมกับสมุนไพรอื่น หอมแดง ขึ้นฉ่าย หอม กระเทียม แล้วปรุงรสให้ออกเปรี้ยวหวาน หรือจะซอยส่วนเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปทอดใส่ไข่เจียว ไม่เท่านั้นยังนำมาทำสลัด เพิ่มทั้งสีสันและประโยชน์ให้มากขึ้นได้อีกด้วย ประโยชน์ของแพงพวยฝรั่งในด้านอื่นๆ มีการปลูกเพื่อส่งออกเป็นจำนวนมาก เพราะแพงพวยฝรั่งจะถูกนำไปสกัดสารอัลคาลอยด์เพื่อเป็นยารักษามะเร็ง ซึ่งต้องใช้ปริมาณที่สูงมาก ทำให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับประเทศ

พริกไทย

พริกไทย

พริกไทย เป็นเครื่องเทศที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Piper nigrum L. ความสูงของลำต้นอยู่ที่ประมาณ 5 เมตร อายุค่อนข้างยืนพอสมควร ลักษณะของใบคล้ายใบโพธิ์มีสีเขียว ฐานกว้าง ปลายเรียว ส่วนของเมล็ดที่เรานิยมนำมาใช้รับประทานั้นจะออกเป็นพวง ลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆเหมือนไข่ปลาเรียงกันเป็นกระจุกยาว เมื่อแก่จะมีสีน้ำตาลดำ ส่วนของดอกมีขนาดเล็ก ออกแทรกตามข้อของลำต้น นอกจากจะถือว่าเป็นพืชสมุนไพรแล้ว พริกไทยยังเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งด้วย สรรพคุณของพริกไทยและวิธีการใช้ รับประทานพริกไทยในรูปอาหาร เพื่อช่วยขับลม และช่วยแก้ปัญหาในช่องท้อง เช่นอาหารไม่ย่อย จุกเสียด แน่นท้อง และอื่นๆ รวมถึงลดอาการท้องผูกด้วย เพิ่มการไหลเวียนโลหิต ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านม และเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ปรับสมดุลในร่างกาย สำหรับลดไข้ ให้นำพริกไทย ใบกะเพราแห้ง และใบบัวบกแห้งนำมาบดเป็นผง ผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานเช้าหนึ่งเม็ด และเย็นหนึ่งเม็ด พริกไทยในฐานะสมุนไพร พริกไทยถือเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยามากมาย ด้วยฤทธิ์ร้อนของพริกไทย สามารถกระตุ้นความอยากอาหารให้เพิ่มมากขึ้น บำรุงธาตุในร่างกาย สาร Piperine ในพริกไทยมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย จึงมีการนำพริกไทยมาเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง นอกจากนั้นพริกไทยยังช่วยปรับการย่อยอาหารให้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยให้น้ำหนักลดลง พริกไทยสามารถลดอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด แน่นท้อง ขับลมที่ทำให้แน่นท้อง ช่วยให้ลำไส้และกะเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น คุณแม่ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรนิยมกินพริกไทยเพื่อช่วยเพิ่มน้ำนม ที่สำคัญสาร Piperine ในพริกไทยนั้นสามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย พริกไทยในรูปอาหารไทย พริกไทยเป็นเครื่องเทศที่ผสมอยู่ในอาหารไทยมากมายหลายชนิด ใช้เพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เช่นเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว หรือใช้เพื่อหมักเนื้อสัตว์ก่อนนำไปประกอบอาหาร หากใช้เพื่อดับกลิ่นคาวในอาหารมักจะใช้เมล็ดแก่ บดเป็นผง แต่ทั้งนี้สามารถใช้เมล็ดสดนั้นประกอบอาหารประเภทต้มหรือผัดได้ เช่นผัดฉ่าปลา จะใช้พริกไทยสดผัดกับเนื้อปลาและเครื่องเทศอื่นๆในพริกไทยสดมีน้ำมันหอมระเหย ช่วยให้รสชาติของผัดฉ่านั้นอร่อยยิ่งขึ้น และยังส่งกลิ่นหอมน่ารับประทานด้วย หรือจะนำมาทำหมูผัดพริกไทยดำ หมักหมูปิ้ง และอีกมากมายหลากหลายชนิดที่มีพริกไทยเป็นส่วนผสม ประโยชน์ของพริกไทยในด้านอื่นๆ พริกไทยถูกนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมสครับขัดผิว ที่ช่วยลดเซลลูไลท์ตามร่างกายได้ มีการนำพริกไทยมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ใช้ทาเพื่อลดไขมันตามร่างกาย บำรุงผิวพรรณ บำรุงความสวย

ทองพันชั่ง

ทองพันชั่ง

ทองพันชั่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rhinacanthus nasutus  (L.) Kurz จัดเป็นไม้พุ่มที่มีความสูงไม่มากนัก ลำต้นของทองพันชั่งสูงราว 1 หรือ 2 เมตรเท่านั้น ใบของต้นทองพันชั่งเป็นทรงรี ปลายแหลม ส่วนกว้างสุดของใบคือบริเวณกลางใบ ความยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ขอบใบเป็นคลื่นหยักเล็กน้อย ดอกมีกลีบสีขาวออกบริเวณซอกของใบ ปลายกลีบดอกแยกออกเป็นสามกลีบ ผลของต้นทองพันชั่งเป็นฝักเป็นปล้องๆ ด้านในฝักจะมีเมล็ดทองพันชั่งอยู่ 4 เมล็ดโดยประมาณ  ชื่อของต้นทองพันชั่ง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น เช่นในภาคกลางจะเรียกต้นทองพันชั่งว่าหญ้ามันไก่ เป็นต้น สรรพคุณของทองพันชั่งและวิธีนำไปใช้ สำหรับยับยั้งมะเร็ง สามารถใช้ต้นสดทั้งต้น ต้มน้ำ แล้วนำมาดื่มเป็นประจำ นอกจากยับยั้งมะเร็งแล้วการต้มดื่มเป็นประจำยังช่วยปรับความดันโลหิตให้ดีขึ้นด้วย สูตรนี้ใช้ได้กับผู้ที่เป็นวัณโรคในระยะเริ่มต้นด้วย สำหรับการรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น กลาก เกลื้อน เชื้อราบนหนังศีรษะหรือว่ารังแค ให้ใช้ส่วนของใบโขลกให้ละเอียดผสมกับเหล้าขาวแล้วพอกบริเวณที่เป็น หรือจะใช้ส่วนของรากโขลกให้ละเอียดแล้วแช่เหล้าไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะใช้น้ำเหล้าที่ดองรากทองพันชั่งทาบริเวณที่เป็นกลากหรือเกลื้อนเป็นประจำ ทองพันชั่งในฐานะสมุนไพร ทองพันชั่งมีชื่อเสียงโด่งดังในการฆ่าเชื้อรา กำจัดกลากเกลื้อนตามร่างกาย สามารถกำจัดและระงับเชื้อรา  Trichophyton rubrum ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดโรคกลากเกลื้อนตามร่างกายได้ นอกจากนี้ยังใช้ทองพันชั่งเพื่อกำจัดเชื้อราบนหนังศีรษะที่ทำให้เกิดรังแค ตัวการของอาการคันบนศีรษะ นอกจากนี้ ได้มีการทดลองร่วมกันระหว่างสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เกี่ยวกับสรรพคุณในการรักษามะเร็งของต้นทองพันชั่ง พบว่าสาร Naphthoquinone ester ที่มีอยู่ในต้นทองพันชั่ง ออกฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของมะเร็งเยื่อบุช่องปาก ไม่เพียงเท่านั้นยังยับยั้งมะเร็งมดลูกและเต้านมได้อีกด้วย สรรพคุณทางสมุนไพรที่น่าสนใจอีกอย่างคือการสามารถรักษาโรควัณโรคได้ นอกจากนั้นต้นทองพันชั่งยังลดอาการช้ำที่เกิดภายใน ส่งเสริมให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม ปรับความดันโลหิตให้ปกติขึ้น ใช้เพื่อฆ่าพยาธิตามร่างกาย เช่นแขนหรือบาดแผลได้อีกด้วย ทองพันชั่งในรูปอาหารไทย ด้วยความที่ถูกเรียกเป็นพืชสมุนไพร จึงไม่นิยมนำมาประกอบอาหาร ส่วนใหญ่จะนำใบอบแห้ง แล้วชงเหมือนชาดื่มเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากกว่า ประโยชน์ของทองพันชั่งในด้านอื่นๆ ต้นทองพันชั่งนั้นค่อนข้างจะสวย จึงมีการปลูกต้นทองพันชั่งไว้เป็นเสมือนไม้ประดับ และยังง่าต่อการหยิบใช้ รวมถึงมีการนำทองพันชั่งมาอบแห้งแล้วบดเป็นผง ผสมกับเครื่องประทินโฉมสมุนไพร รวมถึงผสมอยู่ในครีมบำรุงผิวด้วย    

Page 2 of 812345...Last »

FanPage