มัลเบอร์รี

มัลเบอร์รี

มัลเบอร์รี หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อของลูกหม่อน เป็นผลไม้พื้นบ้านของไทย และเป็นแหล่งของวิตามินซี มัลเบอร์รีนั้นมีประโยชน์อย่างล้นเหลือ ซึ่งมีสรรพคุณโดดเด่น เช่นเดียวกับผลไม้ตระกูลเบอร์รีชนิดอื่น ๆ และสรรพคุณที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของสุขภาพ มัลเบอร์รีนั้นเป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับเบอร์รีชนิดอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ด้วยสารอาหารที่อัดแน่นอยู่ภายใน และมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว สามารถรับประทานได้หลายรูปแบบ ทั้งการทานเป็นแบบผลไม้สด หรือทานในรูปของน้ำผลไม้ก็ได้ ลองมาดูกันว่าผลไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณที่โดดเด่นอย่างไรบ้าง ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดอย่างฉับพลันนั้น มักจะเป็นอาการของผู้ป่วยเบาหวาน แต่สรรพคุณอย่างหนึ่งของมัลเบอร์รีคือ ช่วยไม่ให้น้ำตาลในเลือดเกิดการผกผัน โดยเข้าไปชะลอการย่อยของคาร์โบไฮเดรต ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ได้ ลดคอเลสเตอรอล การควบคุมระดับคอเลสเตอรอลที่อยู่ในร่างกายให้เป็นปกติเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะหากร่างกายมีระดับคอเลสเตอรอลสูง อาจก่อให้เกิดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายได้ เช่น โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด การทานมัลเบอร์รีเป็นประจำช่วยลดไขมันตัวร้าย (LDL) ลงได้ และกระตุ้นการสร้างไขมันชนิดดีคือ (HDL) และที่สำคัญมันยังช่วยลดไขมันในตับ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มัลเบอร์รีก็เช่นเดียวกับผลไม้เบอร์รีชนิดอื่น ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสื่อม และช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัย และที่สำคัญ สารต้านอนุมูลอิสระในมัลเบอร์รียังช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม มีน้ำมีนวล ขจัดริ้วรอยด่างดำ และช่วยบำรุงผมให้ดำเป็นเงางาม บำรุงสมอง มีการทดลองของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการทดลองกับหนู ซึ่งพบว่าหนูที่กินมัลเบอร์รีจะมีความจำที่ดีขึ้น และลดภาวะออกซิเดชั่น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคอัลไซเมอร์ ที่มากไปกว่านั้นคือ สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในมัลเบอร์รี จะช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการถูกทำลาย ป้องกันโรคมะเร็ง เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า โรคมะเร็งนั้นเกิดจากการที่เซลล์ถูกทำลาย ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคือ การทานอาหารที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง เพื่อช่วยต่อต้านความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งในมัลเบอร์รีก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เป็นจำนวนมาก ที่จะช่วยยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง และกำจัดเซลล์มะเร็งไปในขั้นตอนเดียว มัลเบอร์รี ผลไม้พื้นบ้าน ที่มากด้วยประโยชน์ดี ๆ เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่สูง จึงช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสื่อม และมีวิตามินซีสูง ที่ช่วยดูแลในเรื่องของผิวพรรณ และยังช่วยป้องกันสมองจากโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย

ข้อเสียของการหยุดออกกำลังกายมีอะไรบ้างมาดู

ข้อเสียของการหยุดออกกำลังกายมีอะไรบ้างมาดู

การออกกำลังกายนั้น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยที่ให้น้ำหนักคงที่ และเป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ปลอดภัย ได้ทั้งสุขภาพและรูปร่างที่สวยงามมาเป็นของแถม แต่การหยุดออกกำลังกายนั้น ก็ก่อให้เกิดผลเสียหลาย ๆ อย่างกับร่างกายได้เหมือนกัน ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง หิวบ่อยขึ้น การออกกำลังกายนั้นจะทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล สำหรับคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำนั้น น้ำตาลในเลือดจะถูกจัดการ ในไปเป็นพลังงานให้กับร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ และาอาหารที่รับประทานเข้าไปก็จะถูกนำไปใช้ซ่อมแซมร่างกาย แต่หากหยุดออกกำลังกาย จะเกิดความผกผันของน้ำตาล ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง แต่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญน้ำตาลได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนเดิม ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย และหิวง่ายขึ้น เหนื่อยง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าคุณจะออกกำลังกายอย่างหนักมาเป็นเวลานาน แต่การหยุดออกกำลังกายแค่เพียง 1 – 2 สัปดาห์ ก็ทำให้คุณมีอาการเหนื่อยง่ายขึ้น เพราะว่าเมื่อเราหยุดการออกกำลังกาย ประสิทธิภาพของร่างกายในการนำออกซิเจนเข้ามาใช้ก็จะน้อยลง หากหยุดออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ เพราะกว่าที่ร่างกายจะกลับมาฟิตเหมือนเดิมนั้น ก็ต้องใช้เวลานานมาก ความดันโลหิตสูง การออกกำลังกายนั้นดีต่อระบบเลือดและความดันโลหิตในร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ ทำให้หัวใจแข็งแรงดี ทำให้การสูบฉีดของเลือดเป็นไปได้ดี แต่หากหยุดออกกำลังกายเพียงแค่ 1 – 2 สัปดาห์ ระบบไหลเวียนของเลือดจะเริ่มทำงานช้าลง ส่งผลทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้ กล้ามเนื้อเริ่มย้วย หลาย ๆ คนที่เริ่มออกกำลังกายจนมีรูปร่างแบบที่ต้องการ หรือมีกล้ามเนื้อที่ฟิตแล้ว จึงหยุดออกกำลังกาย เพราะกล้ามเนื้อนั้นต้องได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จึงจะมีขนาดใหญ่และแข็งแรง หากหยุดออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน จะทำให้กล้ามเนื้อลีบ และมีไขมันเข้ามาแทนที่ เพราะเกิดการสะสมไขมัน ซึ่งเป็นพลังงานที่ได้รับจากอาหาร และไม่มีการเบิร์นไขมันออกจากร่างกาย ดังนั้นหากคุณหยุดออกกำลังกายจากหุ่นที่เฟิร์ม ก็จะเริ่มมีไขมันมาเกาะตามตัวเพิ่มมากขึ้น เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า การออกกำลังกาย ไม่ได้ดีต่อระบบร่างกายเท่านั้น แต่มันยังดีต่อระบบประสาทและสมอง หากคุณหยุดออกกำลังกายเป็นระยะเวลานาน นอกจากจะทำให้ร่างกายเสื่อมแล้ว มันยังทำให้จิตใจแย่ลงได้ด้วย ทำให้เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า เพราะว่าในขณะที่ออกกำลังกายนั้น ร่างกายจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน และซิโทซิน ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำให้อารมณ์ดีผ่อนคลาย ลดความเครียด การออกกำลังกายนั้นมีผลดีต่อร่างกายหลายอย่าง ดังนั้นเราจึงควรออกกำลังกายกันอย่างสม่ำเสมอ เพราะมันมีผลดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจ แถมยังช่วยปกป้องร่างกายจากโรคร้ายได้หลายโรค การหยุดออกกำลังกายนั้นก่อให้เสียต่อร่างกายได้อย่างมากมาย

เคล็ดลับแก้ปัญหานอนไม่หลับด้วยวิธีง่ายๆที่ทำเองได้

เคล็ดลับแก้ปัญหานอนไม่หลับด้วยวิธีง่ายๆที่ทำเองได้

ปัญหาการนอนไม่หลับ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาสำหรับหลาย ๆ คน ซึ่งมันก่อให้เกิดผลเสียทั้งด้านร่างกาย และสุขภาพจิต ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งสาเหตุหนึ่งอาจจะเกิดจากความเครียด หรืออาจจะเกิดจากการขาดสารอาหารบางตัว เรามีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการนอนหลับ ด้วยเคล็ดลับง่าย ๆ อาการโรคนอนไม่หลับ อาการนอนไม่หลับ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Insomnia ซึ่งเป็นอาการของคนที่ไม่สามารถนอนหลับสนิทได้เมื่อถึงเวลานอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของร่างกายได้หลายอย่าง ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ระบบภูมิคุ้มกันลดประสิทธิภาพลง ลดการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย และลดการผลิตกล้ามเนื้อ และเป็นผลทำให้สมองทำงานช้าลง หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ได้น้อยลง วิธีการแก้อาการนอนไม่หลับ การแก้ปัญหานอนไม่หลับนั้น สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างแรกต้องทราบก่อนว่าอาการนอนไม่หลับนั้นอยู่ในประเภทไหน เพื่อจะได้ทำการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง เช่น บางคนอาจจะมีปัญหานอนไม่หลับเพราะสิ่งแวดล้อม เพียงแค่เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่ ก็จะทำนอนหลับได้ดีขึ้น นอนเวลาเดิม ให้นอนและตื่นในเวลาเดิมทุกวัน ถึงแม้จะเป็นวันหยุด เพราะในร่างกายของคนเรา มีนาฬิกาชีวภาพอยู่ ซึ่งมันจะถูกตั้งระบบไว้ จากพฤติกรรมการนอน และการตื่นของเรา เปลี่ยนกิจกรรม ถ้านอนไปแล้ว 20 นาที แต่ยังนอนไม่หลับ ให้ลุกไปทำกิจกรรมอย่างอื่น เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย เป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายสำหรับการพักผ่อน และควรอยู่ในห้องที่ไม่สว่างมากจนเกินไป งดกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม เป็นเวลา 4 – 6 ชั่วโมง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า คาเฟอีนนั้น มีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาท ทำให้สมองและระบบประสาทตื่นตัว พอถึงเวลานอน ทำให้รู้สึกไม่ง่วง หรือนอนหลับไม่สนิท นอกจากนั้นควรงดเว้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะไปรบกวนการนอน ทำให้นอนหลับไม่สนิท ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าจะรู้สึกเพลีย ห้ามออกกำลังกายก่อนนอน การออกกำลังกายนั้นดีต่อสุขภาพร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ช่วยขจัดพลังงานส่วนเกินในร่างกาย และยังช่วยทำให้การนอนหลับเป็นเรื่องง่ายขึ้น แต่มีข้อแม้ว่าห้ามออกกำลังกายก่อนเวลานอน 4 ชั่วโมง เพราะร่างกายกำลังอยู่ในช่วงตื่นตัวอยู่ หลังจากออกกำลังกายแล้วจะทำให้รู้สึกไม่ง่วง และนอนหลับยากขึ้น งดกิจกรรมตื่นเต้น ช่วงเวลาก่อนนอนควรงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดความตื่นเต้น เช่น การดูหนัง หรือการฟังเพลง เพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ร่างกายเกิดการตื่นตัว ทำให้นอนหลับยากขึ้น ทางที่ดีควรอ่านหนังสือ นั่งสมาธิก่อนนอน หรือฟังดนตรีช้า ๆ จะช่วยทำให้สมองผ่อนคลาย และทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ปัญหาการนอนไม่หลับนั้น สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง ที่มีผลกระตุ้นทำให้สมองและระบบประสาทตื่นตัว เพียงแค่นี้ ปัญหาการนอนไม่หลับก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณอีกต่อไป

5 ผลไม้ดีมีวิตามินซีสูง ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

5 ผลไม้ดีมีวิตามินซีสูง ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

ผลไม้นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน และผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงนั้นก็ยังดีต่อร่างกายอีกด้วย เช่น  ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงประสิทธิภาพ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในระบบร่างกาย ลองมาดูกันว่าผลไม้ชนิดไหนมีวิตามินซีสูงบ้าง มะละกอ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งมะลอกอนั้นมีวิตามินซีสูงมากกว่าส้มเสียอีก และนอกจากวิตามินแล้ว ในมะละกอยังเต็มไปด้วยไฟเบอร์ที่ดีต่อระบบขับถ่าย แถมในมะละกอยังมีเอนไซม์ปาเปน ซึ่งทำหน้าที่ในการย่อยโปรตีน สำหรับใครที่มีปัญหาท้องผูก ลองรับประทานมะละกอสุกเป็นประจำ จะช่วยแก้ไขปัญหาท้องผูกได้อย่างแน่นอน และยังช่วยป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี ผลไม้ตระกูลเบอร์รี หากอยากสุขภาพดีแล้วละก็ ผลไม้ตระกูลเบอร์รีเป็นตัวเลือกที่ดี ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รี และแบล็คเบอร์รี ด้วยเหตุผลที่ว่าผลไม้ประเภทนี้มีไฟเบอร์อยู่ในปริมาณที่สูง และมีวิตามินซีอยู่อีกเพียบ ซึ่งมีคุณสมบัติที่ช่วยปรับปรุงการทำงานของลำไส้ และวิตามินซีที่อยู่ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสื่อม อะโวคาโด ผลไม้อีกหนึ่งชนิด ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจอย่างมาก อะโวคาโดนั้น ยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อีกด้วย และแถมยังมีวิตามินซีสูง ในอะโวคาโด 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ 10 มิลลิกรัม และมีไฟเบอร์อยู่ 7 กรัม ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น บำรุงหัวใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย มะม่วง ผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่มีรสชาติหวานอร่อย เป็นผลไม้ที่มีสีสันต์สดใส ในมะม่วงปริมาณ 100 กรัม จะมีวิตามินซีอยู่ถึง 46 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน และในมะม่วงนั้นก็มีประมาณไฟเบอร์อยู่สูง โดยจากการศึกษาวิจัย ได้พบว่าไฟเบอร์ที่อยู่ในมะม่วงนั้น สามารถปรับสภาพแวดล้อมในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ลูกพรุน เป็นผลไม้ที่ดีต่อระบบขับถ่าย มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ลูกไหน เป็นผลไม้ชนิดเดียวกัน มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการแก้ปัญหาท้องผูก เพราะลูกพรุน 1 ลูกนั้น มีปริมาณไฟเบอร์ถึง 1 กรัม เพียงแค่รับประทานวันละ 2-3 ลูก ก็จะช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้แล้ว แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม หากรับประทานมากจนเกินไป จะก่อให้เกิดภาวะท้องเสียได้ ผลไม้นั้นดีต่อสุขภาพร่างกายโดยรวม เพราะผลไม้เป็นแหล่งรวมของสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่หลายประเภท โดยเฉพาะวิตามินซี ที่ถือว่าเป็น สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง และข้อดีของผลไม้หลาย ๆชนิดก็คือ มีไฟเบอร์สูง ที่จะช่วยกระตุ้นระบบการขับถ่าย ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้อย่างดี

5 เหตุผลที่ควรเล่นเวทเพื่อให้ร่างกายที่แข็งแรง

5 เหตุผลที่ควรเล่นเวทเพื่อให้ร่างกายที่แข็งแรง

การออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนักนั้น ดูเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนไม่ชอบเลย เพราะมันเป็นการออกกำลังกายที่หนัก และก่อให้เกิดความเหนื่อยล้า และอ่อนเพลียให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก เราลองมาดูประโยชน์ดี ๆ ของการเล่นเวทกันดีกว่า เผาผลาญดีขึ้น การเล่นเวทนั้น จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น เช่นเดียวกับการออกกำลังกายอื่น ๆ และที่สำคัญมันยังช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญให้กับร่างกายได้อย่างดี เพราะเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้ว ร่างกายยังต้องการใช้พลังงานในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ จึงทำให้ร่างกายต้องเผาผลาญพลังงานต่อเนื่อง การเล่นเวทนั้นจะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานต่อเนื่องไปได้อีก 39 ชั่วโมง ซึ่งนานกว่าการออกกำลังกายประเภทอื่น ๆ เสียอีก รักษาอาการซึมเศร้าได้ โรคซึมเศร้านั้นเกิดจากการขาดความมั่นใจในตัวเอง โดยเฉพาะรูปร่างที่ไม่สมสวน การมีน้ำหนักตัวเกิน จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย Harvard ทำให้ทราบว่าการเล่นเวทนั้น จะช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ แถมยังเพิ่มความมั่นใจกับรูปร่างและบุคลิกภาพที่ดีขึ้นด้วย หัวใจแข็งแรง เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การออกกำลังกายทุกชนิดนั้น ทำให้หัวใจแข็งแรง แต่การออกกำลังกายด้วยเวทเทรนนิ่งยิ่งพิเศษกว่านั้น เพราะมันสามารถลดความดันตัวล่างลงได้ถึง 8 จุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายชนิดนี้ สามารถลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ และลดหัวใจวายได้ถึง ได้ถึง 15เปอร์เซ็นต์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังช่วยให้หัวใจแข็งแรง เลือดสูบฉีดได้ดี ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิงแบบเข้มข้น เพื่อการเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้ดีขึ้นนั้น จะทำให้ตัวผู้ฝึกเองต้องหันมาใส่ใจกับพฤติกรรมในการกิน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการทานอาหารเป็นอย่างมาก ทำให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้รูปร่างดีขึ้นอีกด้วย แก้ปัญหานอนไม่หลับ การนอนหลับยากหรือปัญหาการนอนไม่หลับนั้น เป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาสุขภาพที่ควรใส่ใจ เพราะก่อให้เกิดผลเสียกับร่างกายเป็นอย่างมาก แต่ปัญหานี้สามารถแก้ได้อย่างง่ายดายด้วยการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเล่นเวทในตอนเช้านั้น จะช่วยทำให้ร่างกายเกิดการผ่อนคลาย และนอนหลับสนิทได้ในช่วงกลางคืน ทำให้หลับสนิทมากขึ้น หลับนานขึ้น มันจึงส่งผลดีต่อสุขภาพในทุก ๆ ด้าน การฝึกเวทเทรนนิงนั้น เป็นการออกกำลังกายที่ให้ประโยชน์กับร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ช่วยทำให้รูปร่างดีขึ้นได้อย่างง่ายดาย แถมทำให้หัวใจแข็งแรง ช่วยป้องกันร่างกายจากโรคร้ายได้หลาย ๆ โรคเลยทีเดียว

สะเดา

สะเดา

สะเดา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis Valeton ลำต้นของต้นสะเดามีขนาดสูงราว 5-10 เมตร ลักษณะของใบแหลมรี ลักษณะคล้ายขนนก ออกเรียงกัน ผิวเรียบ ยอดอ่อนของใบมีสีน้ำตาลแดง ส่วนดอกมีสีขาว กลีบ 5 แฉก ขนาดเล็ก  ผลเป็นทรงรีสีเขียวเมื่อยังอ่อน หากเป็นผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หากเอ่ยชื่อสะเดา หลายคนคงจะนึกถึงผักรสขมที่คนนิยมนำมากินแกล้มกับน้ำพริก แต่รู้หรือไม่ว่าผักรสขมนี้เต็มไปด้วยสรรพคุณทางยามากมายเลยทีเดียว สะเดาในฐานะสมุนไพร สะเดาเป็นพืชสมุนไพรที่เต็มไปด้วยประโยชน์ทางยามากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของดอกหรือยอดอ่อนที่ช่วยแก้ริดสีดวง กินเป็นอาหารบำรุงธาตุลม ช่วยลดอาการคันคอได้อีกด้วย ส่วนของใบที่นิยมนำมากินแกล้มกับน้ำพริกนั้นมีมีฤทธิ์ช่วยลดอาการไข้ ช่วยให้อาหารย่อยง่าย ในใบและดอกของสะเดานั้นยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โปรตีนและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายอีกหลายชนิด ที่สำคัญในสะเดานั้นมีสาร Polysaccharides กับ Liminoids เป็นสารที่ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งหรือเนื้อร้ายในร่างกาย นอกจากนั้นยังมีสารเบต้าแคโรทีน ที่ช่วยควบคุมหัวใจให้เต้นในอัตราปกติ   สรรพคุณของสะเดาและวิธีการใช้ ส่วนของเปลือกนำมาต้มกับน้ำดื่มลดอาการท้องร่วง ส่วนของดอกและใบนำมาล้างแล้วรับประทานสดได้ทันที ช่วยให้เจริญอาหาร เมื่อรับประทานเป็นประจำช่วยลดการเกิดเนื้อร้ายหรือมะเร็งในร่างกายได้ นอกจากนี้รสขมของสะเดายังดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน เพราะมีสารที่ช่วยร่างกายผลิตอินซูลินได้น้อยลงถึง 50 เปอร์เซ็นเลยทีเดียว ส่วนต่างๆของสะเดาสามารถนำมาสกัดน้ำมันเพื่อใช้ทาแก้โรคไขข้อ หรือจะนำมาต้มน้ำดื่มเพื่อใช้ดื่มเป็นประจำแก้โรคเกาต์ และช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงได้ แต่ทั้งนี้ไม่ควรใช้สะเดากับผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ และหญิงให้นมบุตร จึงควรระมัดระวังสำหรับผู้อยู่ในข่ายนี้ ประโยชน์ของสะเดาในด้านอื่นๆ ใบสะเดาสามารถนำมาต้ม แล้วนำน้ำที่ได้มาหมักผม จะช่วยลดการเกิดรังแค และลดอาการคันของหนังศีรษะ เนื่องจากสะเดามีสรรพคุณในการยับยั้งการเกิดเชื้อรา สะเดาในรูปอาหารไทย หลายคนอาจจะคิดว่าสะเดาเป็นผักที่มีรสขมจัด คงจะนำมาประกอบอาหารลำบาก แต่ความจริงแล้ว สะเดาเป็นผักสมุนไพรที่อยู่คู่กับโต๊ะอาหารของไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นการนำสะเดามารับประทานกับน้ำปลาหวาน ซึ่งรสหวานของน้ำปลาหวานจะเข้ากันได้ดีกับรสขมของสะเดา นอกจากนี้ยังสามารถนำดอกสะเดามายำให้ออกรสเปรี้ยวหวาน สามารถเพิ่มรสอร่อยด้วยการยำสะเดากับกุ้งสด ซึ่งจะช่วยให้รสกลมกล่อมเพราะความหวานจากกุ้งจะกลบความขมของสะเดาได้พอดี สะเดา อาหารพื้นบ้านมากประโยชน์

หญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่ง หลายๆคนคงรู้จักกันดีว่ามีสรรพคุณในการรักษามะเร็ง ที่มีผลงานวิจัยออกมามากมาย ได้รับความนิยมจากผู้ป่วยโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก และมีการพิสูจน์แล้วว่าการดื่มน้ำคั้นสดๆของหญ้าปักกิ่งจะช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งทำให้มีอายุที่อยู่ได้นานขึ้น 2 ปีเลยทีเดียว หญ้าปักกิ่ง มีแหล่งกำเนิดที่มณฑลยูนาน ประเทศจีนนี่เอง หญ้าปักกิ่งเป็นพันธ์ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก จำพวกหญ้า อายุหลายปีมาก และแม้จะตายไปมันก็จะขยายพันธ์ไปเรื่อยๆ คล้ายๆกับหญ้าญี่ปุ่นนั้นเอง หญ้าปักกิ่งมีความสูงของต้นเพียง 10-20 เซนติเมตรเท่านั้นเอง ด้วยความที่ขึ้นง่ายทำให้สามารถนำไปปลูกได้ทั่วทุกภาคในประเทศไทยเลย ส่วนใหญ่มักหาพบได้ตามดินทรายริมแม่น้ำ ริมคลอง เราสามารถนำไปปลุกที่บ้านได้ง่ายๆโดยการขุดไปให้ติดเหง้า หรือการปักชำ หรือการนำเมล็ดไปโรยให้ทั่ว  แล้วนำไปปลูกในที่มีดินทราย มีแสงแดดนิดหน่อย รดน้ำเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หญ้าปักกิ่งเป็นสมุนไพรที่ขึ้นชื่อ และมีสรรพคุณมากมายเลย ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับสรรพคุณของหญ้าปักกิ่งกันค่ะ หญ้าปักกิ่ง มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหญ้าเทวดา อาจจะเพราะเนื่องจากชาวจีนนำหญ้าชนิดนี้มาทำเป็นยามาเป็นเวลาช้านาน ด้วยสรรพคุณครอบจักรวาลที่มากมายมหาศาลนั่นเองชื่อทางวิทยาศาสตร์ของหญ้าปักกิ่งคือ Murdannia loriformis (Hassk.) R.S.Rao & Kammathy อยู่ในวงศ์ Commelinaceae มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในประเทศจีน แถบแคว้นสิบสองปันนา จัดเป็นพืชประเภทพืชล้มลุก ลักษณะของต้นจะออกเป็นกอ ใบยาวค่อนข้างหนารูปร่างคล้ายใบไผ่  มีสีเขียวเข้มปนเหลือง ลักษณะผิวใบเรียบ ใบของหญ้าปักกิ่งจะออกใกล้โคนต้น สลับกันไปจนกระทั่งถึงยอดปลายซึ่งใบจะมีขนาดเล็กกว่าตรงบริเวณโคนส่วนดอกนั้นออกรวมกันที่ปลายยอด ลักษณะเป็นช่อ ตัวดอกจะเป็นสามกลีบ มีสีม่วงอมน้ำเงิน ส่วนของผลจะอยู่บริเวณที่ปลายต้น ลักษณะเป็นสามเหลี่ยมทรงรี หญ้าปักกิ่งในฐานะสมุนไพร หญ้าปักกิ่งโด่งดังมากในเรื่องการนำมารักษาโรคมะเร็ง มีการวิจัยที่ค้นพบว่าในหญ้าปักกิ่งมีสาร Glycosphingolipid เป็นสาระสำคัญที่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ทั้งเซลล์มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และยังช่วยปรับระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายได้อีกด้วย ในผู้ที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวนั้น หญ้าปักกิ่งสามารถช่วยเพิ่มระดับเม็ดเลือดขาวในร่างกายได้  เพียงแต่การรับประทานนั้นต้องเป็นไปอย่างถูกวิธี  นอกจากนี้หญ้าปักกิ่งยังมีสรรพคุณอื่นๆอีกมากมาย ทั้งช่วยให้ผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงนั้นมีอาการดีขึ้น  ชาวจีนนั้นนำหญ้าปักกิ่งมาใช้เป็นยาจีน เพื่อบำรุงหัวใจและเป็นเสมือนยาอายุวัฒนะ ด้วยเหตุนี้บางที่จึงเรียกหญ้าปักกิ่งว่าหญ้าเทวดานั่นเอง สรรพคุณของหญ้าปักกิ่ง วิธีการกินเป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงหัวใจ บำรุงร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน  ให้นำหญ้าปักกิ่งมาต้มกับน้ำให้เดือด ผสมน้ำผึ้งเพื่อรับประทาน (ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรผสมน้ำผึ้ง) แต่หากต้องการดื่มเป็นยารักษาโรค นำหญ้าปักกิ่งมาปั่นกับน้ำเย็น แล้วหรองเอาแต่น้ำสีเขียวเข้ม เวลาดื่มหากไม่สามารถทนกลิ่นได้สามารถผสมน้ำผึ้งเพื่อช่วยให้รสชาติดีขึ้นได้ในปัจจุบันมีการนำหญ้าปักกิ่งมาจำหน่ายในรูปแบบแคปซูล ทำให้ง่ายต่อการรับประทานมากยิ่งขึ้น สามารถใช้รับประทานเพื่อป้องกันโรค บำรุงหัวใจ และทานเพื่อลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำเคมีบำบัดของผู้ป่วยมะเร็งได้มีหลากหลายตำราที่บอกสรรพคุณของหญ้าปักกิ่ง ไม่ว่าจะเป็น ตำรับยาสมุนไพรจีน ตำรับยาสมุนไพรไทย ซึ่งมีการบอกว่าแต่ละส่วนของหญ้าปักกิ่งนั้นมีสรรพคุณดังต่อไปนี้ ต้นของหญ้าปักกิ่งมีสรรพคุณ ใช้ช่วยรักษามะเร็งได้หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น มะเร็งเต้านม มะเร็งกล่องเสียง มะเร็งมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง ใช้ในการรักษาผู้ที่มีเมล็ดเลือดขาวต่ำ ช่วยให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ช่วยบำรุงทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ปรับสมดุลในร่างกาย บำรุงพลัง ช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด ลดอาการของเบาหวานได้ดี ช่วยดูแล และปรับโรคความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ช่วยป้องกันโรคไทรอยด์ได้ดีมาก ช่วยขับพิษร้อน ดับพิษไข้ในร่างกาย แก้ไข้ได้ดีในเด็กๆ ตำราจีนบอกว่าช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้ดี ช่วยรักษาอาการแก้เจ็บคอ ทำให้ชุ่มคอมากขึ้น ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร และลำไส้เป็นแผล ใช้เป็นยาแก้บิดได้ดีเลย มีผลวิจัยออกมาว่าสามารถรักษาโรคโกโนเรีย หรือหนองในได้ดีมาก เป็นยาที่ช่วยรักษาแก้ฝีทั้งภายในและภายนอกที่อักเสบทั้งหลายให้แห้งและไม่เจ็บได้ดี เป็นยาขับพิษ ขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกายได้ดี ช่วยในการพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ตับทำงานได้ดีมากขึ้น ใบและดอกของหญ้าปักกิ่งมีสรรพคุณ ใบใช้ป้องกันได้สารพัดโรคด้วยการรับประทานแบบสดๆ ดอกช่วยแก้โรคไตอักเสบ ดอกมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงหัวใจ การนำไปใช้ประโยชน์ หญ้าปักกิ่ง สามารถนำทุกส่วนไปใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทานแบบสดๆ นำไปปั่นคั้นเอาแต่น้ำ แช่เย็น หรือจะผสมน้ำเชื่อม ผสมน้ำแข็งเพื่อช่วยให้ทานง่ายขึ้น หรือจะทำเป็นยาลูกกลอนก็ได้เพื่อให้ทานได้ง่ายมากขึ้น หรือจะนำไปสับละเอียด แล้วนำไปตากแดดให้แห้งชงเป็นชาก็ได้ แต่หญ้าปักกิ่งมีข้อแม้อยู่คือไม่ควรจะทานติดต่อกันนานจนเกินไป เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ แขนขาชา และห้ามใช้เกินขนาดที่กำหนด เพราะอาจจะส่งผลต่อระบบภูมิคุเมกันได้ ผลข้างเคียงของหญ้าปักกิ่งคือจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นประมาณ 1 องศา ร่างกายจะใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับหญ้าปักกิ่งใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน เมื่อร่างกายปรับตัวได้เราก็สามารถทานไป แต่เมื่อเราอยากเลิกทานก็ควรกินน้ำคั้นสัก 1-2 ไปก่อนก่อนจะหยุด เมื่อร่างกายมีอาการผิดปกติเกิน 10 วันก็ควรหยุดทานในทันที เพื่อไม่ให้ร่างกายทำงานหนักนั้นเองค่ะ ทานสมุนไพรอะไรก็ควรทานแต่พอดีเท่านั้นนะคะ กากของหญ้าปักกิ่งที่เหลือจากการคั้นน้ำ สามารถนำมาพอกแผล เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ สามารถพอกได้ทั้งแผลเบาหวาน หรือแผลงูสวัดก็ได้ หญ้าปักกิ่งในรูปอาหารไทย เราอาจจะแปลกใจว่าหญ้าปักกิ่งนั้นสามารถนำมารับประทานในรูปแบบอาหารได้ด้วยเหรอ แต่ความจริงแล้ว หญ้าปักกิ่งนั้นสามารถนำมารับประทานกับน้ำพริกได้ ส่วนรากนั้นสามารถนำมาแช่อิ่มรับประทานเป็นของหวาน รสชาติกรอบอร่อย หรือจะคั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานบำรุงร่างกายก็ได้ หญ้าปักกิ่ง ประโยชน์มากมาย

บอระเพ็ด

บอระเพ็ด

บอระเพ็ด หากเอ่ยถึงสมุนไพรที่มีรสขมจนต้องหลับตา เชื่อว่าหลายคนต้องคิดถึงบอระเพ็ดเป็นอันแรกอย่างแน่นอน จนหลายคนเชื่อว่าบอระเพ็ดนั้นเป็นที่มาของสำนวนที่ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา เพราะถึงรสจะขม แต่สรรพคุณทางยานั้นมหาศาลจริงๆ สิ่งที่ทุกคนต้องนึกถึงนั้นก็คือรสชาติที่โคตรขมของมันนั้นเอง ขมจนอยากร้องไห้กันเลย ขมติดคอมากๆ ตอนไปเข้าค่ายเคยโดนหลอกให้กินด้วยความซื่อที่ไม่รู้เรื่อง กินเข้าไปขมจนแทบร้องไห้ แม้ว่าจะเป็นอันเล็กนิดเดียวก็ตาม แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าเจ้าบอระเพ็ดจะเป็นสมุนไพรและมีสรรพคุณทางยาหลายอย่างเลย บอระเพ็ดจัดเป็นสมุนไพรไม้เลื้อย ที่สามารถพบได้ตามป่าทั่วไป และสามารถนำมาปลูกในสวนได้ บอระเพ็ดส่วนที่นำมาทำยาก็คือส่วนที่กลางแก่กลางอ่อน ซึ่งจะมีรสชาติขมมาก แต่มีสรรพคุณทางยามากที่สุด บอระเพ็ดมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภูมิภาคด้วย บอระเพ็ด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson ส่วนของชื่อท้องถิ่นนั้นแตกต่างกันไปเช่นในเขตจังหวัดสระบุรีนั้นจะเรียกบอระเพ็ดว่าหางหนู  เป็นต้น ลักษณะทางกายภาพของบอระเพ็ดที่เราคุ้นตากันคือเป็นเถาเลื้อยลักษณะกลม มีปุ่มดำๆรอบเถา  ส่วนเปลือกของเถานั้นสามารถลอกออกได้  ส่วนของใบนั้นมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว รูปคล้ายรูปหัวใจ พื้นผิวเรียบ ดอกของบอระเพ็ดมีขนาดเล็กมาก จะแทรกขึ้นตามใบ มีสีเหลือง รูปทรงกลม  ทุกส่วนของต้นบอระเพ็ดรวมไปถึงรากนั้นมีสรรพคุณทางสมุนไพรทั้งหมด สรรพคุณของบอระเพ็ด บอระเพ็ดมีทุกส่วนเป็นยาแทบจะทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นใบ เถา ต้น ราก ผล ทุกส่วนเป็นยาทั้งหมดเลย และยังมีผลวิจัยที่ออกมาว่าบอระเพ็ดสามารถเพิ่มภูมิต้านทานให้เม็ดเลือดขาวได้ดี และยังสามารถลดขนาดของเนื้องอกได้มากถึง 85% เลย สมุนไพรไทยของเรามีสรรพคุณที่ดีสุดๆไปเลย บอระเพ็ดมีสรรพคุณทางสมุนไพรตั้งแต่รากของบอระเพ็ดช่วยลดพิษไข้ แก้อาการสั่นที่เกิดจากการเป็นไข้ ทั้งยังช่วยให้รับประทานได้มากขึ้น สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ นอกจากนี้รากของบอระเพ็ดยังมีสรรพคุณในการรักษาการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว โดยไปกระตุ้นการเพิ่มระดับของเม็ดเลือดขาว และยังสามารถทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงอีกด้วย ส่วนของดอกนั้นนิยมนำมาใช้รักษาพยาธิ ใบของบอระเพ็ดมีสรรพคุณ ส่วนของใบ นอกจากแก้พิษไข้แล้ว ยังสามารถนำมาใช้เพื่อขับพยาธิ กินเพื่อปรับเลือดลมในร่างกาย เพื่อให้ธาตุสมดุล ผิวพรรณสดใส ลดผดผื่นคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงร่างกาย และผิวพรรณให้สวยเปล่งปลั่ง ใช้เป็นยาบำรุงธาตุภายในร่างกาย ช่วยให้ธาตุสมดุล ช่วยลดความอ้วนได้ดีด้วย มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ สามารถรักษาอาการเลือดคลั่งในสมองได้ดี มีสรรพคุณช่วยบำรุงลำคอ บำรุงกล่องเสียงช่วยให้เสียงดีขึ้นได้ ช่วยขับพยาธิในร่างกายออกมา รักษาอาการแพ้ ขึ้นผื่นคัน ตามร่างกาย ช่วยรักษาอาการปวดฝี อักเสบทั้งหลาย แก้ฝีมดลูก เถาของบอระเพ็ดมีสรรพคุณ ช่วยรักษาโรคผิวหนังได้ดี ใช้ล้างแผลที่เกิดโรคติดเชื้อทั้งหลาย แก้โรคตับพิษปวดแสบปวดร้อนทั้งหลาย ช่วยบำรุงน้ำดี ทำให้ย่อยอาหารได้ดี ช่วยในเรื่องการฆ่าพยาธิไส้เดือน แก้อาการปวดฟันโดยการอมไว้ในปาก สามารถรักษาโรคไข้มาลาเรีย โดยการทานบอระเพ็ดวันละ 2 ครั้ง ทานทุกวันจนกว่าจะดีขึ้น ช่วยแก้โรครำมะนาด เถาช่วยในการฆ่าเมลงในหู โดยใช้น้ำหยดลงไป เถาของบอระเพ็ดเมื่อเราทานเข้าไปจะช่วยขับเหงื่อ ทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ช่วยรักษาอาการร้อนใน ขับพิษร้อนในร่างกาย ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ควบคุมระดับน้ำตาลในหลอดเลือด ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ ต้นของบอระเพ็ดมีสรรพคุณ ส่วนของต้นหรือที่เป็นเถาเลื้อยก็สามารถแก้พิษไข้ได้เช่นเดียวกัน ทั้งยังช่วยลดอาการร้อนในกระหายน้ำ  กินเป็นยาบำรุงกำลังได้เป็นอย่างดี ใช้เป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย บำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้น ช่วยแก้อาการกระหายน้ำได้ดี ทำให้ร่างกายรู้สึกเจริญอาหารมากขึ้นกว่าเดิม ช่วยแก้อาการร้อนใน ช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อน จากภาวการณ์เป็นไข้ทรพิษ ยังช่วยรักษาอาการสะอึกได้อีกด้วยนะ ช่วยแก้โรคพิษฝีดาษ รากของบอระพิษมีสรรพคุณ ใช้รักษามะเร็งเม็ดเลือดได้ดี ช่วยให้ร่างกายเจริญอาหาร ช่วยขับพิษร้อนในร่างกายได้ดีมากขึ้น ใช้ถอนพิษไข้ ในเด็กและผู้ใหญ่ได้ดีมาก แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาโรคมดลูกเสีย ผลของบอระเพ็ดมีสรรพคุณ ผลนั้นช่วยลดอาการไอ ขับเสมหะ ได้เป็นอย่างดี ช่วยรักษาอาการสะดึก ช่วยขับเสมหะที่เป็นพิษ ทำให้หายใจได้ขึ้น แต่การทานบอระเพ็ดก็ยังมีมีผลข้างเคียงเพราะบอระเพ็ดมีรสชาติขมมากๆ ทำให้ส่งผลต่อหัวใจ หรือหากเราทานไปแล้วมีอาการมือเย็น เท้าเย็น ขาชา ไม่มีเรียวแรงก็ควรงดใช้ งดทาน เพราะเป็นอาการของคนที่แพ้บอระเพ็ดนั้นเองค่ะ การนำไปใช้ประโยชน์ หากต้องการลดพิษไข้ตัวร้อน หรือฆ่าพยาธิ สามารถใช้เถาสด หรือใบ นำมาโขลกหรือตำให้ละเอียด แล้วคั้นเอาแต่น้ำดื่มแก้พิษไข้ แต่รสชาติจะค่อนข้างขมมมาก อาจจะรับประทานลำบาก สามารถใช้เถาบอระเพ็ด นำไปตากแห้ง บดเป็นผง แล้วนำมาใส่แคปซูล หรือจะผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นก้อน เพื่อรับประทานแก้พิษไข้ ได้ หากรับประทานเป็นประจำจะถือว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเจริญอาหาร ทำให้ร่างกายแข็งแรง และป้องกันการเกิดร้อนใน เราสามารถนำบอระเพ็ดไปใช้ได้โดยการทานสดๆ ต้มทานเป็นน้ำยา ทานผสมกับน้ำผึ้ง หรือนำไปเชื่อมหวานซึ่งกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่สรรพคุณทางยาอาจจะลดน้อยลงไปบ้าง แต่เราก็สามารถทานได้เป็นปกติ การทานสมุนไพรก็ควรจะทานแต่พอดีนะคะ บอระเพ็ดในรูปอาหารไทย แม้ว่าบอระเพ็ดจะมีรสขม แต่ได้มีการนำเถาบอระเพ็ดมาแช่อิ่มจนสามารถทานเป็นของหวานได้ โดยเป็นการทำของกลุ่มแม่บ้านท้องถิ่นที่ทำให้พืขสมุนไพรรสขมซึ่งเต็มไปด้วยสรรพคุณทางยานั้นสามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น โดยแช่ในน้ำเกลือแล้วลอกเปลือกสลับไปกันไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมดรสขม จากนั้นจึงนำไปต้มกับน้ำเดือดสิบนาที แล้วจึงมาแช่อิ่มด้วยน้ำตาล 15 วัน จึงนำมารับประทานเป็นของหวานได้ ประโยชน์ของบอระเพ็ด สามารถนำส่วนลำต้นมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำ ใช้ฉีดหรือพ่นเพื่อกำจัดศัตรูพืชได้ด้วย

ลูกใต้ใบ หญ้าใต้ใบ

ลูกใต้ใบ หญ้าใต้ใบ

ลูกใต้ใบ หรือ หญ้าใต้ใบ ที่ทุกคนรู้จัก เป็นยาสมุนไพรที่มีผลทางยาหลายประการ ลูกใต้ใบมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป มะขามป้อมดิน หญ้าใต้ใบ ไฟเดือนห้า หญ้าใต้ใบขาว หมากไข่หลัง ลูกใต้ใบเป็นสมุนไพรที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีทุกภาคของประเทศไทย หญ้าใต้ใบมีถิ่นกำเนิดมาจากอเมริกาและแอฟริกา และยังขึ้นกระจายๆไปทั่วพื้นที่เขตร้อน บราซิล เปรู พม่า อินโดนีเซีย  กัมพูชา ลูกใต้ใบมีจัดเป็นพืชล้มลุก มีขนาดต้นสูงไม่เกิน 10-60 เซนติเมตร ทุกส่วนของหญ้าใต้ใบมีรสชาติขมมากๆ แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นสีเขียว มีใบคล้ายกับใบมะขาม สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสมุนไพรตัวนี้คือ มีดอกเกิดขึ้นที่ใต้กิ่งของต้น ออกมาตามซอกก้านใบและจะห้อยลงมา และนอกจากนี้ดอกของลูกใต้ใบยังเป็นดอกแยกเพศกันด้วย แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าดอกไหนเพศผู้ ดอกไหนเพศเมีย สังเกตง่ายๆคือ ดอกเพศผู้มักจะออกที่ปลายก้านใบ ส่วนดอกเพศเมียนั้นมักจะออกที่ตรงโคน และแน่นอนว่าดอกจะกลายเป็นผลในที่สุด ผลของลูกใต้ใบนั้นจะมีสีเขียวอ่อนๆ มีรูปทรงกลมๆ มีผิวเรียบ ลูกใต้ใบเป็นสมุนไพรที่ได้รับการยกย่องว่ามีสรรพคุณมากมายที่รักษาผู้ป่วยโรคต่างๆได้ดี สรรพคุณของลูกใต้ใบ ลูกใต้ใบมีสรรพคุณแทบทุกส่วนเลยไม่ว่าจะเป็นใบ ลูก ราก ลำต้น ทุกส่วนมีสรรพคุณที่แตกต่างกันวันนี้เราจะมาบอกสรรพคุณกันค่ะ ใบของลูกใต้ใบมีสรรพคุณ ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตา น้ำต้มใบสามารถช่วยรักษาโรคมาลาเรียได้ น้ำต้มใบช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยแก้โรคดีซ่าน ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะขัด ทำให้ปัสสาวะคล่องมากขึ้น น้ำต้มใบใช้เป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องมาน แก้บิด ท้องร่วง ช่วยขับนิ่วในไตได้ดี น้ำต้มใบสามารถช่วยแก้อาการน้ำเหลืองเสีย ช่วยแก้อาการคัน โดยการนำใบมาตำผสมกับเกลือ นำมาทาพอบริเวณที่คัน ช่วยรักษาบาดผลที่เกิดจากอุบัติเหตุ แผลสดต่างๆ ช่วยแก้อาการฟกช้ำบวม ช่วยแก้หิดต่างๆได้ดีด้วย ต้นของลูกใต้ใบมีสรรพคุณ ช่วยเร่งการสร้างน้ำนมให้คุณแม่ที่พึ่งคลอดบุตร ยอดอ่อนสามารถใช้รักษาอาการปวดตามข้อ ปวดกระดูกได้ ช่วยรักษาอาการปวด อาการบวมทุกส่วนในร่างกาย และยังลดอาการเจ็บจากอาการบวมได้ดี ช่วยแก้อาการฟกช้ำบวม โดยใช้ต้นตำผสมกับเหล้า พอกบริเวณที่เจ็บ ใช้เป็นยาฝาดช่วยในการสมานแผล ช่วยรักษาดรคดีซ่าน ช่วยแก้อาการตับอักเสบ ตัวเหลืองตาเหลือง ช่วยแก้อาการน้ำดีทำงานไม่ปกติ ช่วยแก้โรคเริม น้ำไปตำผสมกับเหล้า พอกทิ้งไว้ ช่วยรักษาไข้ทับระดู ช่วยขับระดูขาวในสตรี ใช้เป็นยาป้องกันพยาธิในลำไส้ของเด็กๆ ช่วยแก้อาการท้องเสีย ช่วยกำจัดสารพิษออกจากตับ ช่วยบำรุงให้สายตาดีขึ้น ช่วยขับเสมหะ ลดอาการเจ็บคอ แก้ไอ ช่วยลดความดันโลหิตได้ดี ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ แก้ร้อนในทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รากของลูกใต้ใบมีสรรพคุณ ช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ ช่วยแก้อาการระดูไหลไม่หยุด หรือไหลมากกว่าปกติ ช่วยแก้นิ่ว การนำลูกใต้ใบไปใช้ประโยชน์ ก็อย่างที่เรารู้เลยค่ะลูกใต้ใบสามารถทานสดๆหรือนำไปต้มทานได้ แต่สตรีมีครรภ์ไม่ควรทานเพราะลูกใต้ใบช่วยขับเลือดอาจจะทำให้แท้งได้นั้นเองค่ะ ทานก็ควรทานแต่พอดีเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองนะคะ

ทุเรียนเทศ ทุเรียนน้ำ

ทุเรียนเทศ ทุเรียนน้ำ

ทุเรียนเทศหรือทุเรียนน้ำ สมุนไพรพิชิตมะเร็งที่เรารู้จักกัน น้อยคนนักที่จะรู้ว่ามันมีสรรพคุณทางสมุนไพรอยู่ด้วย แต่ที่คนไทยรู้จักทุเรียนเทศเป็นอย่างดีคือการ มีกระแสที่ออกมาฮือฮาว่าสามารถรักษามะเร็งได้ ทำให้ประชาชนทั่วไปรู้จักทุเรียนเทศว่าเป็นสมุนไพรต้านมะเร็ง แถมยังออกฤทธิ์ที่ดีกว่าการใช้ยาเคมีบำบัดซะอีก วันนี้เราจึงพาทุกคนมารู้จักทุเรียนเทศกันค่ะ ทุเรียนเทศเป็นพืชตระกูลเดียวกับน้อยหน่า และกระดังงา ทุเรียนน้ำไม่ใช่พืชในประเทศไทยแต่อย่างใดเป็น ผลไม้แถบร้อน มีแหล่งกำเนิดจากประเทศแอฟริกาใต้ และมีมากในประเทศไทยทางตอนใต้ และนอกจากนี้ในมาเลเซียยังได้มีการสกัดน้ำทุเรียนเทศเข้มข้นขายส่งอีกด้วย นอกจากนี้การเพาะปลูกทุเรียนเทศและการขยายพันธุ์ของทุเรียนเทศสามารถทำได้ง่ายๆอีกด้วย เพราะปลูกง่าย สามารถขยายพันธ์ได้โดยการเพาะเมล็ด ทาบกิ่ง ตอนกิ่งก็สามารถทำได้ ซึ่งต้นทุเรียนเทศนี้ชอบอยู่ในดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี คนไทยมักนิยมปลูกไว้ใกล้บ้าน แต่ไม่รู้ว่าสามารถนำมาทานเป็นยาสมุนไพรได้นั้นเองค่ะ สรรพคุณของทุเรียนเทศ มีงานวิจัยมากมายที่บอกว่าสรรพคุณของทุเรียนเทศมีอะไรบ้าง ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกทุกคนกันค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนนิยมนำผล เมล็ด ใบ หน่ออ่อน  ดอก ราก มาใช้ประโยชน์เพราะแต่ละส่วนจะมีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป ผลของทุเรียนเทศมีสรรพคุณ แก้โรคเลือดออกตามไรฝัน แก้อาการปวดท้อง โรคบิด ให้คุณแม่มือใหม่ทานเพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม ช่วยรักษาอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อทั้งหลาย เมล็ดของทุเรียนเทศมีสรรพคุณ ช่วยในการรักษาแผลให้แห้งเร็วขึ้น มีผลทำให้แผลสมานเร็วขึ้นกว่าปกติ สามารถนำไปผสมเพื่อใช้เป็นยาฆ่าแมลงได้ ผลของมันสามารถนำไปตากแห้งโปรยในส่วนเพื่อลดศัตรูพืชได้ด้วย ใบของทุเรียนเทศมีสรรพคุณ สามารถนำมาขยี้กับปูนใช้ทาที่ท้องลดอาการท้องอืด ใช้รักษาโรคผิวหนังทั้งหลาย สามารถนำมาปูรองนอนเพื่อลดอาการตัวร้อน ลดไข้ นำมาต้มทานลดอาการไอ เจ็บคอได้ดี ลดอาการปวดตามข้อต่อต่างๆในร่างกาย ลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อร่างกาย ลดอาการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ย่อยอาหารได้ดีมากขึ้น ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดเดินดีมากขึ้น ช่วยฆ่าเชื้อโรค บางชนิด ช่วยลดโรคเบาหวานได้ด้วย ที่สำคัญมีผลงานที่กำลังวิจัยว่าสามารถจัดการเซลล์มะเร็งได้ หน่ออ่อนของทุเรียนเทศมีสรรพคุณ ช่วยในการรักษาเซลล์มะเร็ง ดอกของทุเรียนเทศมีสรรพคุณ ช่วยในการบำรุงกล้ามเนื้อหัวใจ ช่วยในการขยายตัวของเลือดลม รากของทุเรียนเทศมีสรรพคุณ ช่วยในการกำจัดแมลง และศัตรูพืชต่างๆ เปลือกไม้ของทุเรียนเทศมีสรรพคุณ มีสรรพคุณช่วยในการกำจัดเชื้อโรค อะมีบา พยาธิ ช่วยในการโรคกระเพาะอาหาร การนำไปใช้ประโยชน์ สามารถนำทุเรียนเทศไปใช้ประโยชน์ ในทุกส่วน ผลของมันสามารถนำมาทานสดๆ เป็นผลไม้ได้ ทำเป็นน้ำทุเรียนเทศได้ นำมาต้มสกัด ส่วนอื่นๆก็สามารถนำมาต้มกินกับน้ำพริกได้หรือจะนำเป็นน้ำชา แต่การทานมากเกินไปก็อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ เพราะทุเรียนเทศมีสารอันตรายที่อาจจะก่อให้เกิดโรคพาคิสันได้ ควรทานแต่พอเหมาะนะคะ

Page 4 of 8« First...23456...Last »

FanPage