ร้านมีประโยชน์ ร้านค้าสุขภาพ ร้านออร์แกนิค อาหารที่มีประโยชน์ ในขอนแก่น

คุณแม่ที่ใช้ ยาปฏิชีวนะ ในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้ลูกอ้วน

คุณแม่ที่ได้รับยาปฏิชีวนะในช่วงตั้งครรภ์ในไตรมาสแรก ๆ (ประมาณ 1 ถึง 5 เดือนแรก) อาจจะส่งผลให้ลูกในครรภ์มีค่าดัชนีมวลร่างกายสูงขึ้นตอนอายุ 2 ขวบ ดังผลวิจัยชิ้นหนึ่ง ที่ทำการวิจัยศึกษา โดยใช้ผู้หญิง 527 คน แบ่งออกเป็น 303 คน ที่ให้ใช้ยาปฏิชีวนะ และอีก 101 คนใช้ยาฆ่าเชื้อรา ผลการศึกษาพบว่า เฉพาะยาปฏิชีวนะเท่านั้น ที่มีผลต่อน้ำหนักตัวของเด็ก แต่ขึ้นอยู่ช่วงเวลาที่ได้รับยาปฏิชีวนะในตอนตั้งครรภ์ด้วย โดยพบว่าการได้รับยาดังกล่าวในช่วงไตรมาสแรก หรือไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงดังกล่าว

คณะนักวิจัยเห็นว่าสาเหตุหลักของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี้ น่าจะมาจากผลของยาปฏิชีวนะต่อชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ในช่องคลอดของมนุษย์ ซึ่งส่งผลต่อชนิดจุลินทรีย์ในร่างกายของลูก โดยแม่ที่ได้รับยาปฏิชีวนะในตระกูลยา Staphylococcus และยังมีงานวิจัยอื่นๆ พบว่าเด็กที่มีอายุ 6 ถึง 12 เดือน ซึ่งมีเชื้อ Staphylococcus aureus ในอุจาระมากขึ้นจะมีความเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานมากขึ้นตอนอายุ 7 ขวบ ดังนั้นการใช้ยาปฏิชีวนะ จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น

ตั้งครรภ์

ที่มา : HealthToday เล่มประจำเดือนมีนาคม  หน้า 8

บทความน่าสนใจ

เห็ดหลินจือ

ประโยชน์และสรรพคุณของเห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ เป็นยาจีนที่ใช้มาตั้งแต่สมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นระยะเวลากว่าสองพันปีแล้ว ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Ganoderma lucidum (Curtis) P. Karst เห็ดหลินจือจะขึ้นเองตามธรรมชาติ มากว่าหนึ่งร้อยสายพันธ์ แต่เป็นที่นิยมเพราะได้ชื่อว่าสรรพคุณดีที่สุดคือเห็ดหลินจือแดง ลักษณะของเห็ดหลินจือ จะมีสีแดง รูปร่างคล้ายกับไตด้านบนแผ่นกว้างเป็นแผ่นค่อนข้างแบน และด้วยความนิยมในการนำมาทำเป็นส่วนผสมของยาทำให้มีการเพาะปลูกเห็ดชนิดนี้ขึ้นมาเป็นธุรกิจ ซึ่งเห็ดหลินจือเองก็มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากสรรพคุณที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมายนั่นเอง เห็ดหลินจือในรูปอาหารไทย มีการนำเห็ดหลินจือมาประกอบอาหารอย่างเช่น นำมาผัดพริกกับเห็ดชนิดอื่นๆ เช่นเห็ดโคน เห็นนางฟ้า เห็ดหูหนูเป็นต้น  ผัดใส่พริกขี้หนู ปรุงรสด้วยซอส น้ำตาล น้ำปลา ตามใจชอบ นอกจากนี้ยังนิยมนำเห็ดหลินจือมาตุ๋นเป็นซุป เหมาะสำหรับผู้ป่วย หรือผู้ที่กำลังฟื้นจากอาการเจ็บป่วย สามารถตุ๋นกับไก่ หรือกระดูกหมู  ผสมกับยาจีนอื่นๆได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูเห็ดหลินจือตุ๋นกับซอส ซึ่งเป็นเมนูที่มีในภัตตาคารจีน นอกจากนี้ยังมีการนำเห็ดหลินจือมาทำเป็นเครื่องดื่มอีกด้วย โดยนำเห็ดหลินจือแห้งมาแช่น้ำ แล้วนำไปต้ม รอจนเย็นที่อุณหภูมิห้องแล้วจึงนำมาดื่ม เห็ดหลินจือในฐานะสมุนไพร ในเห็ดหลินจือมีสาระสำคัญชนิดหนึ่งเรียกว่าสารกลุ่ม Polysaccharide ซึ่งมีมากในเห็ดหลินจือแดง สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงดีต่อผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน และยังช่วยปรับความดันโลหิตในร่างกายของเราให้อยู่ในภาวะปกติ  มะเร็งสารสำคัญอีกอย่างคือ Triterpenoids  ช่วยกระตุ้นเม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้เป็นอย่างดี ช่วยปรับระดับไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย ช่วยให้ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ หอบหืดนั้นมีอาการดีขึ้นได้  สาร Nucleotudes ในเห็ดหลินจือ ช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน  บำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้ดี  สาร Alkaloids ช่วยบำรุงหัวใจ ให้หัวใจทำงานได้อย่างปกติ นอกจากนี้ยังมีสารที่มีประโยชน์อื่นๆ เช่นวิตามิน และกรดอะมิโนที่จำเป็นอีกมากมาย สรรพคุณของเห็นหลินจือและวิธีนำไปใช้ ปัจจุบันมีการนำเห็ดหลินจือมาสกัดเป็นยา ผลิตในรูปแบบแคปซูล หรือเครื่องดื่มแบบสำเร็จรูป เพื่อนำมาใช้บรรเทาโรคต่างๆ หรือจะซื้อแบบแห้งมาต้มน้ำกินก็ได้ นอกจากนี้ยังมีแบบผงสำหรับชงอีกด้วย หรือจะนำมาประกอบอาหารก็ได้ประโยชน์ไม่แพ้กัน ซึ่งผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ของเห็ดหลินจือสามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวก ประโยชน์ของเห็ดหลินจือในด้านอื่นๆ เห็ดหลินจือกลายเป็นหนึ่งในสมุนไพรเศรษฐกิจที่ทำรายได้ให้กับผู้เพาะปลูก ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง จึงถือว่ามีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน
กินปลา

การกินปลามีส่วนช่วยป้องกันภูมิแพ้

การกินปลาและอาหารที่มีส่วนประกอบของปลาอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยลดการเป็นโรคภูมิแพ้ รวมทั้งโรคเยื่อจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ โดยกุมารแพทย์ มหาวิทยาลัยโกเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวในวารสาร Pediatric Allergy and Immunology (PAI) โดยระบุว่า จากการทดลองในเด็กจำนวน 4000 คน โดยให้พ่อแม่ของเด็กตอบแบบสอบถามเรื่องสุขภาพของลูกเป็นช่วงๆ ตั้งแต่อายุ 6 เดือน จนมีอายุครบ 12 ปี พบว่าเด็กที่พ่อแม่ให้ทานปลาอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง มาตั้งแต่เด็กอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเริ่มกินปลาตั้งแต่อายุเพียง 12 เดือน มีแนวโน้มว่าพวกเขามีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคละอองฟาง (Hay Fever) ซึ่งเป็นอาการของภูมิแพ้ต่ำกว่าเด๋กที่ไม่ค่อยได้กินปลาอย่างมาก อีกทั้งงานวิจัยนี้พบว่ามารดาที่กินน้ำมันปลาระหว่างตั้งครรย์จะมีแนวโน้มที่ลูกจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคแพ้อาหาร ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Eczema) หรือโรคหอบหืดน้อยกว่า
ประโยชน์และสรรพคุณของ ผักเชียงดา

ประโยชน์และสรรพคุณของ ผักเชียงดา

ผักเชียงดา ชื่อไพเราะนี้ยังมีชื่อเรียกอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น ผักกูด ผักฮ่อนไก่เป็นต้น แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเชียงดาคือ Gymnema inodorum (Lour.) Decne. ลักษณะของผักเชียงดาเป็นไม้เลื้อย ลำต้นเล็กมีสีเขียวจัด ต้นที่ใหญ่สุดจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4-5 เซนติเมตร ใบของเชียงดาเป็นใบเดี่ยว ลักษณะรีตรงปลาย ผิวเรียบ สีเขียวจัดเช่นเดียวกัน ส่วนของดอกเชียงดานั้นจะออกดอกเป็นช่อ แต่ละดอกจึงมีขนาดเล็ก สีขาวอมเขียว ผลของเชียงดาเป็นผักรูปร่างยาวรีตรงปลาย   ผักเชียงดาในรูปอาหารไทย ผักเชียงดาสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่นแกงผักเชียงดา โดยการเก็บเอายอดผักเชียงดามาแกงร่วมกับปลาย่างหรือปลาแห้ง ใส่มะเขือเทศและผักเครื่องเทศต่างๆเช่นพริก หอมหัวแดง มะขามเปียกเป็นต้น ปรุงรสให้ออกเปรี้ยวหวาน สิ่งที่ต้องระวังคือผักเชียงดาจะมียาวขาวๆอยู่ด้วย เวลาเก็บต้องระวังอย่าให้เข้าตา รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยมาก หรือจะนำผักเชียงดามาผัดใส่ไข่ แกงเลียง หรือจะนำไปยำก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผักเชียงดาออกมาเพื่อให้ท่านได้ดื่มสมุนไพรที่มีประโยชน์อย่างง่ายด่าย ผักเชียงดาในฐานะสมุนไพร ถึงจะเป็นไม้เลื้อยแต่สรรพคุณของเชียงดาในฐานะสมุนไพรนั้นมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานตามปกติ ขับถ่ายสะดวก ท้องไม่ผูก จึงลดอัตราความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร ผักเชียงดานั้นเหมาะทั้งสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก เพราะมีฤทธิ์ช่วยเผาผลาญน้ำตาลในร่างกาย จึงลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีการทดลองในประเทศอินเดียก่อนจะมีการทดลองโดยประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง พบว่าผักเชียงดาช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้จริง ทั้งลดการใช้อินซูลินของผู้ป่วยเบาหวานได้ด้วย และจากการทดลองเพิ่มเติมไม่พบว่าผักเชียงดานั้นมีความเป็นพิษแต่อย่างไร นอกจากนั้นวิตามินที่อยู่ในผักชนิดนี้ช่วยบำรุงสายตา ลดอาการตาฝ้าตาฟางได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางภาคเหนือของประเทศไทยใช้ผักเชียงดาเป็นทั้งอาหารและยามาเป็นเวลายาวนานเลยทีเดียว   สรรพคุณของเชียงดาและวิธีการนำไปใช้ หากต้องการใช้เพื่อระบายท้อง ช่วยให้ขับถ่ายสะดวกให้ใช้ใบแก่นำมาประกอบอาหารแล้วรับประทานได้เลย สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานจะนำมาปรุงอาหารเพื่อรับประทานหรือรับประทานเป็นผักสดก็ได้ แต่ต้องระวังยางสีขาวเวลาเก็บด้วย ควรล้างทำความสะอาดให้ดี  หรือจะนำไปตากแห้งบดเป็นผงแล้วชงดื่มเพื่อแก้เบาหวานก็ได้เช่นเดียวกัน   ประโยชน์ของเชียงดาในด้านอื่นๆ มีการใช้ใบเชียงดาในการรักษาพิษไข้ ด้วยการนำมาตำให้ละเอียด แล้วนำไปพอกบริเวณกระหม่อมของศีรษะ จะช่วยลดอาการตัวร้อนเพราะพิษไข้ได้